“ผู้อาวุโสข้ายอมรับเงื่อนไขนั่นแล้ว…ส่วนเรื่ององค์กรกะโหลกเลือด ท่านไม่ต้องสนใจหรอก”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวกับชายชราเสียงเรียบ “องค์กรกะโหลกเลือดนั่น สักวันข้าจะจัดการมันด้วยตัวเอง”
“เจ้าจะจัดการมันด้วยตัวเอง?”
ชายชรามองจ้องต้วนหลิงเทียนเขม็ง ค่อยเอ่ยออกเสียงหนักว่า “องค์กรกะโหลกเลือดนั่นมีแม้กระทั่งมือสังหารขอบเขตจอมราชันอมตะ…โดยเฉพาะตัวผู้นำองค์กรกะโหลกเลือด มันหาได้ธรรมดาไม่ นับเป็นยอดฝีมือขอบเขตจอมราชันอมตะคนหนึ่ง พลังฝีมือร้ายกาจไม่น้อยไปกว่าข้า”
“ผู้อาวุโส ข้าขอถามท่านสักคำ ผู้นำองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดที่ว่า หากให้เทียบกับผู้นำตระกูลเหอในปัจจุบัน พลังฝีมือของมันเป็นอย่างไร?”
ต้วนหลิงเทียนเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ
“เป็นธรรมดาว่าผู้นำตระกูลเหอในปัจจุบันย่อมเหนือกว่า”
สองตาชายชราเผยประกายเรืองขึ้นวูบหนึ่งขณะกล่าว
หากพลังฝีมือของผู้นำตระกูลเหอนั่นอ่อนด้อยกว่าผู้นำองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดที่พอๆกับมัน เช่นนั้นอีกฝ่ายคงถูกมันบุกไปเข่นฆ่านานแล้ว!
เพียงเพราะผู้นำตระกูลเหอคนปัจจุบันร้ายกาจกว่ามัน และศักยภาพพรสวรรค์ของอีกฝ่ายก็เหนือกว่ามัน มันจึงไม่มีหวังเรื่องเข่นฆ่าอีกฝ่ายด้วยตัวเอง จึงได้แต่ตั้งกฏสำหรับผู้ที่จะขึ้นดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยเอาไว้แบบนี้
“เช่นนั้น ผู้อาวุโสจะมาเตือนข้าเรื่องพลังฝีมือผู้นำองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดไม่ธรรมดาทำไม?”