รองผู้นำคฤหาสน์ปี้ชิงคนหนึ่งกล่าวเสนอออกมาด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม “ข้าพอมีเส้นสายอยู่บ้าง…สามารถติดต่อองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดได้!”
“รีบติดต่อเสีย”
หลังได้รับการอนุมัติจากผู้นำคฤหาสน์ปี้ชิง รองผู้นำคนดังกล่าวก็ไม่รอข้าเรียกลูกแก้ววิญญาณทั้งยันต์อมตะสื่อสารทางวิญญาณออกมาใช้ ติดต่อไปยังอาวุโสขององค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดที่มันรู้จักทันที
แต่ทว่าหลังจากติดต่อไปไม่นาน หน้าของมันก็เปลี่ยนสีไปทันใด
“เกิดอะไรขึ้น?”
“มีปัญหาอันใดรึ?”
“คงมิใช่ว่าต้วนหลิงเทียนนั่นมีความเป็นมาน่าทึ่ง จนองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดไม่กล้ารับงานหรอกนะ?”
“องค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดจัดเป็น 1 ใน 3 องค์กรมือสังหารระดับแนวหน้าของแดนสวรรค์ใต้เราแล้ว…หากกระทั่งพวกมันยังไม่กล้ารับภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียน ข้าเกรงว่าคงไร้องค์กรมือสังหารใดในแดนสวรรค์ใต้กล้ารับภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียนอีก!”
…
เหล่าอาวุโสของคฤหาสน์ปี้ชิงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังเห็นว่าสีหน้าของรองผู้นำคฤหาสน์ที่ติดต่อับองค์กรกะโหลกเลือดเปลี่ยนไปเป็นไม่สู้ดี
“มิใช่อย่างนั้น…”
ไม่นานรองผู้นำคนนั้นก็ส่ายหัวไปมา พลางกล่าวเสียงอ่อน “สหายที่ข้าพึ่งติดต่อไปได้ตอบกลับมาว่า…ข้าไม่จำเป็นต้องจ้างงานอะไร”
“เนื่องเพราะในองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดของมัน…มีภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียนอยู่แล้ว”
รองผู้นำคฤหาสน์ปี้ชิงคนดังกล่าว พูดออกมารวดเดียวจบ