ต้วนหลิงเทียนกล่าวขอบคุณด้วรอยยิ้มจบ ก็วูบร่างออกจากค่ายคฤหาสน์เฉวียนโยวไปต่อหน้าต่อตาทุกคน…
“เจ้าว่า…ศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนใช่จะไปดักหน้าค่ายคฤหาสน์ปี้ชิงรึเปล่า?”
ศิษย์คฤหาสน์เฉวียนโยยวคนหนึ่งกืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก ค่อยถามออกมาอย่างยากลำบาก
“มิน่าใช่…ถึงพลังฝีมือศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนจะร้ายกาจ แต่ให้สู้กับกงซุนอู๋จี๋นั่นก็ไม่น่าจะไหว เว้นแต่จะมีผู้ช่วยหาไม่แล้วคงยากจะประสบผลเลิศล้ำอะไรถ้าไปดักหน้าค่ายคฤหาสน์ปี้ชิง”
ศิษย์คฤหาสน์เฉวียนโยวอีกคนกล่าว
เหล่าศิษย์คฤหาสน์เฉวียนโยวที่เหลือก็รู้สึกเหมือนกันเป็นธรรมดา
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปไม่หยุดยั้ง พริบตาก็ผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งวัน
ถึงแม้ชื่อต้วนหลิงเทียนจะปรากฏขึ้นในตารางจัดอันดับตั้งแต่วันแรก และไต่อันดับขึ้นมาด้วยความเร็ว
อย่างไรก็ตามไม่มีใครได้ยินว่าเขาไปดักหน้าค่ายคฤหาสน์เฉวียนโยว
ด้วยวิธีนี้เหล่าศิษย์คฤหาสน์เฉวียนโยวจึงเริ่มเชื่อกันไปมากขึ้นทุกที ว่าไม่พ้นต้วนหลิงเทียนต้องคิดไปดักหน้าค่ายคฤหาสน์ปี้ชิงหลังจากหาคนช่วยได้ซะก่อน
“กงซุนอู๋จี๋ของคฤหาสน์ปี้ชิงก็เข้ามาแล้ว”
ขณะเดียวกัน หลานคนในคฤหาสน์อมตะระดับ 6 ก็สังเกตเห็นว่าชื่อของกซุนอู๋จี๋แห่งคฤหาสน์ปี้ชิงก็ปรากฏขึ้นบนตารางจัดอันดับแล้วเช่นกัน กระทั่งยังไต่อันดับขึ้นไปด้วยอัตราเร็วที่เหนือกว่าต้วนหลิงเทียนซะอีก
หลังผ่านไปอีกวัน มันก็สามารถแซงต้วนหลิงเทียนได้สำเร็จ