“แต่ไม่ใช่ว่าเหิงเฟิงที่ร่วมมือกับหว่านชิงชิงถูกต้วนหลิงเทียนจัดการไปหรือไร…หรือครั้งนั้นหลังหว่านชิงชิงหลบหนีไปได้แล้วกลับเลือกย้อนกลับมาหารือเรื่องร่วมมือกัน? และคงไม่ใช่เริ่มร่วมมือกันตั้งแต่แรกหรอกนะ?”
“พวกมันไม่น่าจะร่วมมือกันแต่แรกหรอก…เพราะตอนที่ต้วนหลิงเทียนไปดักหน้าค่ายคฤหาสน์หั่วหลี หว่านชิงชิงก็ไม่ได้ไปปรากฏตัวที่นั่น…ข้าว่าทั้งคู่บังเอิญพบเจอกันภายหลัง แล้วก็บรรลุข้อตกลงร่วมกันมากกว่า”
“ข้าก็ว่างั้น”
…
ไม่นานข่าวที่ต้วนหลิงเทียนร่วมมือกกับหว่านชิงชิง ก็ถูกแพร่กระจายออกไปทั่วคฤหาสน์โหมอวิ๋น จากนั้นหลายๆคนก็อดไม่ได้ที่จะแบ่งปันเรื่องราว เร่งบดขยี้ยันต์อมตะสื่อสารทางวิญญาณ เพื่อแจ้งสหายที่คฤหาสน์อมตะระดับ 6 อื่นๆกันจ้าละหวั่น
กระทั่ง 6 อันดับแรกในตารางจัดอันดับที่อยู่ในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง ยังได้รับข้อความจากอาวุโสของคฤหาสน์ตัวเองในเวลาอันสั้น
ภายในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง
บนยอดเขาสูงชันลูกหนึ่ง ร่างหนึ่งยืนตระหง่านปานหอคอยเหล็ก อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น
“ต้วนหลิงเทียนที่ว่า…ร่วมมือกับหว่านชิงชิงงั้นรึ?”
ร่างเดียวดายที่ยืนตระหง่านบนยอดเขานั่น เป็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง ชุดคลุมสีแดงเพลิงของมันโบกสะบัดไปตามแรงลม แลคล้ายเพลิงโลหิตลุกโชนอยู่บ้าง
“น่าสนใจดีนี่…”
มุมปากชายหนุ่มยกยิ้มแสยะ สองตาฉายประกายลี้ลับ
…
ซว่า!! ซ่า!