หลังได้รับทราบการกระทำของต้วนหลิงเทียน เหล่าคนของคฤหาสน์เฉวียนโยวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าต้วนหลิงเทียนทำอะไรเลินเล่อเกินไป วู่วามเกินไป…
“เจ้าหนูนั่น…”
ด้านฉีเทียนหมิงพอได้รับทราบข่าว ก็ตกใจไม่น้อย “เดือนก่อนตอนคฤหาสน์อู่จ้านยังไม่นับเป็นอะไร เพราะบังเอิญไปพบเจอและอีกฝ่ายออกมาสู้กับมันเอง…เช่นนั้นคฤหาสน์อู่จ้านก็คงไม่คิดติดใจเอาความ”
“แต่คราวนี้ไฉนมันต้องไปท้าทายนอกค่ายคฤหาสน์หั่วหลีด้วย? ทำเช่นนี้มันจักให้คฤหาสน์หั่วหลีเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน?”
พอฉีเทียนหมิงคืนสติ สีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นจริงจัง แววตาฉายชัดถึงความกังวล
ในเวลาเดียวกัน…
ณ วังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยที่มีค่ายกลมาปกคลุมอยู่ พลันมีแขกไม่ได้รับเชิญหนึ่งมาเยือน
เป็นชายวัยกลางคนร่างสูง หว่างคิ้วไม่ขาดสง่าราศี ในชุดคลุมสีครามน้ำทะเล
หลังมันบุกเข้ามาในวังแล้ว มันก็ไปถึงลานด้านหลังวังอย่างง่ายดาย
บริเวณลานด้านหลังกว้างขวางนัก ยังมีทะเลสาบเล็กแห่งๆหนึ่ง
ตอนนี้ริมทะเลสาบเล็กๆดังกล่าว ก็มีชายชราร่างเตี้ยสวมงอบฟางนั่งตกปลาอยู่…
“ท่านบรรพจารย์…”
ชายวัยกลางคนในชุดสีครามน้ำทะเลยืนรออยู่ด้านหลังชายชราที่นั่งตกปลาเงียบๆ จนเมื่อเห็นชายชราตกปลาได้และนำปลาใส่ข้องแล้วเสร็จ มันถึงรวบความกล้าเอ่ยทักออกมา
“เจ้ามาที่นี่ทำอะไรอีก?”