“นอกจากนั้นข้าไปตรวจสอบมาแล้ว…ที่เจ้าหนูนั่นมันประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ได้ ล้วนแล้วแต่เป็นเพราะมันไปช่วงชิงผลเทพสังเวยสวรรค์มาทั้งสิ้น”
“เมื่อไม่กี่ปีก่อนตอนมันเข้าสู่นิกายอมตะเป้าผู่ มันก็พึ่งจะเป็นยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เข้าใจกฏมิติด้วยซ้ำ”
“ที่มันเข้าใจกฏมิติและความลึกซึ้งเหล่านั้นได้…สมควรเป็นพลังอำนาจของผลเทพสังเวยสวรรค์ อีกทั้งขอบเขตพลังขุนนางอมตะ 10 ทิศของมันก็…”
เมื่อชายวัยกลางคนกล่าวถึงจุดนี้ ชายชราก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน “ไม่ต้องอ้อมค้อม…เจ้าคิดจะพูดอะไรก็พูดมา”
“ท่านบรรพจารย์ ข้าแค่อยากจะบอกท่านว่า…บางทีมันอาจจะไม่ได้ประเสริฐเลิศเลออย่างที่ท่านคิด”
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีครามถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“เจ้ากลัวมันจะเหลิงหลังได้รับผลเทพสังเวยสวรรค์ และพอได้ตำแหน่งผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยของพวกกเรา ก็ทำให้มันได้ใจไปกันใหญ่ สุดท้ายไม่เพียงมันเอาแต่หลงมัวเมาในอำนาจ แต่ยังไม่เติบโตก้าวหน้าอย่างที่คิด…จนทำให้ข้าต้องผิดหวัง?”
ดวงตาสีโคลนของชายชรา ฉายแสงวาบหนึ่ง ยังหันหน้ากลับมามองจ้องชายวัยกลางคนเขม็ง
และสายตาที่ใช้มองชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีคราม ก็ทำราวกับจะมองออกทุกสิ่ง
“…ใช่”
ชายวัยกลางคนนิ่งไปพักหนึ่ง ก็พยักหน้า
“คนธรรมดาที่ไหนจักไปหาญกล้าก่อเรื่องเช่นนี้…”