“เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือ…หากเจ้าไปท้าทายคฤหาสน์หั่วหลีแบบนั้น พวกมันไม่มีทางมาลงมือกับเจ้าทั้งๆที่มีคนแต่ 2-3 คนแน่นอน ไม่พ้นต้องรวบรวมคนแล้วมากลุ้มรุมเจ้า”
ฟังจากคำพูดของหว่านชิงชิง เห็นชัดว่านางคิดเกลี้ยกล่อมให้ต้วนหลิงเทียนล้มเลิกความคิดไปดักหน้าคฤหาสน์หั่วหลี…
ทำแบบนั้นมันเสี่ยงเกินไป
แม้แต่ 6 คนที่ยืนหยัดอยู่ใน 6 อันดับแรกมาหลายสิบปี ยังไม่มีใครกล้าทำอะไรอุกอาจแบบนั้น
เพราะไม่ว่าใครก็กลัวโดนรุม!
และที่สำคัญกลัวจะล่วงเกินคฤหาสน์อมตะระดับ 6 โดยใช่เหตุ!
“เอาล่ะ”
ได้ยินคำของหว่านชิงชิงต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้ารับพลางกล่าว “ข้าเข้าใจแล้ว…เช่นนั้นเจ้าจะพาข้าไปได้หรือยัง?”
“จะอย่างไรเวลาพวกเราก็มีจำกัด…ข้าเองก็ไม่อยากเสียเวลากับค่ายคฤหาสน์หั่วหลีมากนัก”
หลังกล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็มองจ้องหว่านชิงชิงด้วยสายตาจริงจัง
ไม่อยากเสียเวลากับค่ายคฤหาสน์หั่วหลีมากนัก?
พอได้ยินวาจาดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน หว่านชิงชิงก็อดไม่ได้ที่จะระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ด้วยคิดว่านางสามารถขจัดความคิดไปก่อเรื่องท้าทายหน้าค่ายคฤหาสน์หั่วหลีของต้วนหลิงเทียนได้แล้ว…
อย่างไรก็ตาม จนเมื่อพาต้วนหลิงเทียนมาถึงค่ายคฤหาสน์หั่วหลี นางจึงรู้ว่าเป็นนางไร้เดียงสาเกินไป…
วูบ!
หว่านชิงชิงที่ซ่อนตัวอยู่ไกลห่าง ย่อมแลเห็นชัดว่าต้วนหลิงเทียนได้วูบร่างไปเหนือน่านฟ้าหน้าค่ายคฤหาสน์หั่วหลี่…