ตอนนี้เนื่องจากชายหนุ่มชุดม่วงปริศนาคนหนึ่งหาญกล้ามาตะโกนท้าทายอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ ย่อมมีความเป็นไปได้แค่ 2 ประการเท่านั้น…
ประการแรกคือเจ้าหนุ่มชุดม่วงนั้นมันคนบ้า และมารนหาที่ตายโดยเฉพาะ!
ประการที่สองก็คือชายหนุ่มชุดม่วงปริศนาผู้นั้น ไม่ได้หวาดกลัวพวกมันแม้แต่นิดเดียว!!
“อยากรู้ว่าข้าเป็นใครก็ออกนอกค่ายคฤหาสน์หั่วหลีของพวกเจ้ามาดูชมเอง…คนที่ดีแต่ซ่อนตัวดั่งเต่าหดหัวในค่าย ไม่มีคุณสมบัติพอจะรู้ว่าข้าเป็นใคร!”
ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างเหนือค่าคฤหาสน์หั่วหลียังคงกล่าวใส่ไฟสืบต่อ
จังหวะนี้เขายังอดไม่ได้ที่จะสงสัยอยู่บ้าง
เขาว่าวาจาเมื่อครู่ มันก็ค่อนข้างรุนแรงและอ้อนเท้ามากแล้ว แต่ไฉนศิษย์คฤหาสน์หั่วหลีเหล่านี้ยังไม่ของขึ้น จนพุ่งออกมาสู้กับเขาอีกเล่า?
ต้วนหลิงเทียนที่ลอยร่างบนฟ้า ก็จงใจชักนำพลังของทองเทพสุดลี้ลับมาปกคลุมป้ายชื่อและกลิ่นอายเลือดเนื้อทั่วร่างเอาไว้…
ดังนั้นไม่ว่าเหล่าศิษย์ในค่ายคฤหาสน์หั่วหลี่คิดตรวจสอบอะไรก็ไม่อาจตรวจสอบได้สักอย่าง แค่ชื่อเขาก็ไม่รู้…
“บัดซบเอ้ย!”
“เจ้านี่มันเป็นผู้ใดกัน…ถึงได้กล้าว่าพวกเราเป็นเต่าหดหัวไม่กล้าออกไป?”
“พี่น้อง ข้าว่าออกไปลุยกับมันให้รูเรื่องเลยเถอะ! หรือพวกเราตั้งหลายคนกริ่งเกรงมันแค่คนเดียวจริงๆ? ต่อให้มันจะร้ายกาจมากแล้วจะอย่างไร มิใช่พวกเราเต็มที่ก็แค่ทุบทำลายป้ายหยกออกไปข้างนอกรึไง?”
“ใช่แล้ว! ออกไปถล่มมารดามันเลยเถอะ!!”