พร้อมกันนั้นเอง เหิงเฟิงก็หันไปมองฟ้าทิศทางหนึ่ง จากนั้นก็กล่าวผสานพลังเซียนอมตะต้นกำเนิด ทำให้เสียงพูดของมันพุ่งผ่านระยะไกลห่างในพริบตา
ฟุ่บบ!!
ครู่ต่อมา ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นประกายแสงสีเขียววูบมาด้วยความเร็วสูง ไม่นานร่างดังกล่าวก็หยุดลงไกลห่าง สองตาจับจ้องมองเขาเขม็ง
ต้วนหลิงเทียนก็มองสบตาอีกฝ่าย
นับเป็นครั้งแรกเลยที่ต้วนหลิงเทียนได้มองศิษย์สตรีของคฤหาสน์อู่จ้านนางนี้ให้ชัดถนัดตา เส้นผมสีดำขลับของนางทอดยาวลงมาปานม่านน้ำตก รูปร่างอ้อนแอ้นอรชร ใบหน้ากระจ่างแลดูงดงามทั้งจิ้มลิ้มไม่น้อย แต่ยังไม่อาจสู้กับภรรยาทั้ง 2 รวมถึงสตรีในใจเขาได้…
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนมองสำรวจอีกฝ่าย อีกฝ่ายก็มองสำรวจเขาเช่นกัน
เรียกว่าต่างคนต่างมองจ้องกัน จนเวลาเสมือนหยุดเดิน
จนในที่สุดเหิงเฟิงก็กล่าวออกมาเสียงเข้ม
“ศิษย์น้องชิงชิง เจ้ารักษาระยะและเตรียมพร้อมลงมือสนับสนุนข้าด้วย…หากต้วนหลิงเทียนผู้นี้ไม่อาจทำลายการป้องกันของข้าได้จริง ถึงตอนนั้นข้ากับเจ้าพวกเราจักร่วมมือกันกำจัดมัน!”
เหิงเฟิงกล่าวกับหว่านชิงชิง ทั้งที่สองตายังมองจ้องต้วนหลิงเทียนเขม็ง น้ำเสียงของมันฟังแล้วตื่นเต้นฮึกเหิมไม่น้อย แต่ก็ช่วยไม่ได้ เพราะนี่นับเป็นโอกาสที่มันจะใช้ล้างความอัปยศที่แพ้พ่ายเมื่อครั้งก่อน!