พริบตาต่อมา แสงสีเชียวดังกล่าวก็แผ่ออกมาปกคลุมทั่วร่างหว่านชิงชิงกับเหิงเฟิงเอาไว้ จากนั้นทั้งคู่ก็คล้ายกลับกลายเป็นประกายแสงสีเขียวพุ่งหายไปในชั่วพริบตา!
หากกล่าวถึงการปะทะแตกหักไม่คิดถอยหนีแล้ว หว่านชิงชิงนั้นไม่อาจเทียบกับเหิงเฟิงได้เลย…
แต่เป็นธรรมดาว่าหากนางคิดหนี เหิงเฟิงก็ทำได้แค่มองนางหายไปตาปริบๆ
ความเร็วของนางนั้น ต่อให้มองไปทั่วขุนนางอมตะ 10 ทิศในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางแห่งนี้ ถือว่าเป็นอันดับต้นๆแน่นอน…เรียกว่าความเร็วของนางนั้นทัดเทียมกับ 6 คนที่ยึดครอง 6 อันดับแรกมานานปีได้เลย!
หาไม่แล้ว ไฉนเหิงเฟิงจึงคิดถึงนางเป็นคนแรก และมาขอให้นางร่วมมือด้วย!
“พี่ชายกล้ามใหญ่ พบพานสหายเก่าทั้งที พี่ท่านจะรีบไปไหนเล่า?”
พอเห็นเหิงเฟิงถูกสตรีชุดเขียวอ่อนข้างๆพาหนีไป แถมความเร็วในการเคลื่อนไหวของนาง เทียบในแง่ระยะทางกับเวลาแล้ว ยังไม่ด้อยไปกว่าการใช้เคลื่อนย้ายข้ามมิติของเขา ต้วนหลิงเทียนก็อดประหลาดใจไม่ได้
ฟุ่บ! วูบ! วูบ!
…
ทันใดนั้นที่ร่างต้วนหลิงเทียนก็ปะทุเพลิงพลังสีเทาออกมา จากนั้นคนก็อันตรธานหายไปทันที และพอปรากฏกายออกมาร่างก็พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงเล็กน้อยก่อนจะวูบหายไปอีกครั้ง อย่างไรก็ตามแม้จะอาศัยการเคลื่อนย้ายข้ามมิติผนวกกับความเร็วในการเคลื่อนที่ส่วนตัวก่อนจะใช้ออกด้วยเคลื่อนมิติอีกครั้ง เขายังเกือบจะตามทั้งคู่ไม่ทัน!