ยิ่งมาสีหน้าหลิวจี๋ยิ่งมืดดำคล้ำลง จากนั้นก็หันไปมองชื่อต้วนหลิงเทียนบนตารางจัดอันดับ เอ่ยออกด้วยน้ำเสียงอาฆาต “เดือนหน้าหากข้าเจอมันอีก…ถ้าข้าฆ่ามันไม่ได้! ข้าหลิวจี๋ยอมเปลี่ยนไปใช้แซ่ของมัน!!”
กล่าวจบ หลิวจี๋ก็หันหลังเตรียมจากไป
และวาจาที่หลิวจี๋กล่าวไว้ก่อนจะหันหลังกลับ ก็ทำให้สองตาคนของคฤหาสน์หานชิงรอบๆเปล่งประกายวับวาวขึ้นมาทันที เพราะน้ำเสียงของหลิวจี๋ฟังดูมั่นใจถึงขีดสุด
ที่หลิวจี๋ถูกกำจัดออกมาคราวนี้ สมควรเป็นเพราะหลิวจี๋ประมาทจริงๆ
ท้ายที่สุดแล้วป้ายที่ห้อยแขวนบนเอวของต้วนหลิงเทียนก็คือป้ายศิษย์ฝ่านอกของคฤหาสน์เฉวียนโยว สิ่งนี้พอใครเห็นก็ต้องดูเบาอีกฝ่ายเป็นเรื่องธรรมดา
“หลิวจี๋! แล้วเจ้านั่นมันอายุไม่ถึงร้อยปีจริงๆรึ?”
เมื่อแผ่นหลังของหลิวจี๋กำลังจะหายลับไปจากสายตาทุกคน อาวุโสคนหนึ่งที่นึกอะไรได้ออกก็เร่งโพล่งถามออกไปทันที
“อาวุโส…ขุนนางอมตะ 10 ทิศที่เข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งมิติได้ 6 ประการ…ท่านว่ามันจะมีอายุไม่ถึงร้อยปีได้หรือ?”
ก่อนที่ร่างหลิวจี๋จะหายลับไปจากสายตาทุกคน มันก็เอ่ยประโยคดังกล่าวทิ้งท้ายไว้…
แน่นอนว่าที่ไฉนมันเลือกจะตอบกลับมาโดยการย้อนถามแบบนี้ เพราะมันไม่ได้ใช้สำนึกเทวะตรวจสอบต้วนหลิงเทียน และเลือกจะลงมือทันทีที่เห็นต้วนหลิงเทียน
กระทั่งหลับมันยังไม่เคยฝันถึง
ว่าคนที่มันคิดว่าสมควรตกอยู่ในกำมือมันง่ายๆ จะเป็นฝ่ายกำจัดมันซะเอง