ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะใช้ความลึกซึ้งกักกันทั้งกางเขตแดนมิติสะกดร่างอีกฝ่ายไว้ แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้รับแรงกดดันมากจนถึงขั้นทำอะไรไม่ได้ แถมรัศมีพลังสีครามทั่วร่างของมันที่แผ่พุ่งออกมา ก็สามารถต้านทานพลังของห้วงมิติเอาไว้ได้ไม่ยากเย็น
“คฤหาสน์หานชิง…หลิวจี๋?”
ขณะเดียวกันกับที่อีกฝ่ายหันกลับมา ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตุเห็นป้ายประจำตัวที่ห้อยอยู่บริเวณเอวของอีกฝ่าย
ทันใดนั้น ในหูต้วนหลิงเทียนคล้ายจะมีเสียงเหล่าศิษย์ที่คุยกันบริเวณหน้าตำหนักเคลื่อนย้ายดังขึ้นอีกครั้ง เป็นบทสนทนาที่เขาได้ยินก่อนจะเข้ามาแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง
“หลิวจี๋ของคฤหาสน์หานชิงที่พึ่งเข้าไปเมื่อ 5 วันก่อน ไม่คิดเลยว่าจะเก็บแต้มได้มากขนาดนี้ แถมอันดับมันยังกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ…รอบนี้ข้าว่ามันคงติด 30 อันดับแรกได้อย่างไร้ปัญหา”
และนั่นก็คือครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อหลิวจี๋
หลังจากนั้นพอเขามองงตารางจัดอันดับ เขาก็พบว่าหลิวจี๋อยู่ในอันดับที่ 33 พรอมด้วยคะแนนร้อยเศษๆ หากคิดจะเข้าสู่ 30 อันดับแรกอย่างน้อยๆก็ต้องได้คะแนนเพิ่มอีกราวๆ 20 คะแนน
‘คำนวณจากเวลาแล้ว…ต่อให้หลิวจี๋ไม่คิดออกจากแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางด้วยตัวเอง…อย่างไรก็ตามวันนี้มันก็สมควรถูกส่งตัวออกไปอยู่ดี เพราะมันสมควรอยู่ในนี้ได้วันสุดท้าย’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
“ศิษย์ฝ่ายนอกของคฤหาสน์เฉวียนโยวงั้นรึ?”