อาวุโสคนหนึ่งของคฤหาสน์อู่จ้านเอ่ยถามเสียงหนัก “เป็นเหลิ่งอวิ๋นโหยวของคฤหาสน์ชิงหลิง หรือหลิวจี๋จากคฤหาสน์หานชิงใช่หรือไม่?”
เหตุไฉนที่อาวุโสคฤหาสน์อู่จ้านคนนี้เอ่ยถามดังกล่าว เนื่องเพราะ
ขุนนางอมตะ 10 ทิศของคฤหาสน์อมตะระดับ 6 ทั้งหลาย มีไม่เกิน 30 คนที่สามารถทำลายการป้องกันของเหิงเฟิงได้
และเมื่อครู่ คนที่พอจะมีพลังทำลายการป้องกันของเหิงเฟิงได้และคะแนนสะสมมีการเคลื่อนไหวก็คือ เหลิ่งอวิ๋นโหยว จากคฤหาสน์ชิงหลิง กับหลิวจี๋จากคฤหาสน์หานชิงเท่านั้น
“ไม่ใช่พวกมันทั้งคู่หรอก”
เหิงเฟิงส่ายหัวไปมา จากนั้นก็หันไปมองตารางจัดอันดับ ในที่สุดลูกตาก็ไปหยุดบริเวณกลางตาราง มุมปากเริ่มยกยิ้มแหยๆ เมื่อเห็นชื่อหนึ่งที่อยู่ๆก็เข้าสู่ 50 อันดับแรกในเวลาอันสั้น
‘ดูเหมือนเจ้าพวกนั้นจะหนีกลับค่ายไม่ทัน…’
เหิงเฟิงย่อมคาดเดาเรื่องราวได้ไม่ยาก
และเหิงเฟิงยังคิดไม่ทันจบดี ร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นบนค่ายกลเคลื่อนย้ายรับตัวเช่นกัน ไม่ใชใครที่ไหนเป็นหลิวเสี่ยวโจว ศิษย์คฤหาสน์อู่จ้านที่ทำลายป้ายหยกสะสมคะแนนต่อจากเหิงเฟิง
“เสี่ยวโจว…เจ้า…เจ้าไฉนออกมาแล้วเล่า?”
อาวุโสของคฤหาสน์อู่จ้านที่เอ่ยถามเหิงเฟิงเมื่อครู่ พอเห็นหลิวเสี่ยวโจวออกมา ลูกตามันก็หดเล็กลงทันที
เพราะในขณะเดียวกันมันก็พบว่า…
ชื่อ หลิวเสี่ยวโจว ในตารางจัดอันดับได้หายไปแล้ว…