ครู่ต่อมาชายเปลือยอกก็มาหยุดร่างค้างกลางหาวเผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียน มันยังมองสังเกตไปยังป้ายที่ห้อยแขวนบริเวณเอวต้วนหลิงเทียนก่อนใดอื่น
“หืม? ลวดลายนั่นมัน…ศิษย์ฝ่ายนอกหรือ?”
พอผู้มาใหม่พบว่าต้วนหลิงเทียนเป็นเพียงศิษย์ฝ่ายนอกของคฤหาสน์เฉวียนโยวคิ้วมันก็ขดย่นเป็นปมทันที “นี่เจ้ามาเที่ยวเล่นหรือยังไง?”
“แต่มิใช่ค่ายคฤหาสน์เฉวียนโยวสมควรห่างจากที่นี่มากหรือไร…ไฉนเจ้าถึงมาเที่ยวไกลขนาดนี้เล่า?”
เท่าที่มันทราบ ค่ายของคฤหาสน์เฉวียนโยวสมควรอยู่หากจากที่นี่มาก และต่อให้เป็นขุนนางอมตะ 10 ทิศเร่งรุดเดินทาง ก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ!
หากศิษย์ฝ่ายนอกมาเที่ยวเล่นจริง ไม่มีทางที่จะมาถึงในเวลา 2 วันแน่
ใช้เวลาเดินทางเป็นวันๆแบบนั้น ยังไม่พบเจอใครกลางทางอีกหรือ?
โชคของอีกฝ่ายจะดีเกินไปหน่อยรึเปล่า?
“คฤหาสน์ อู่จ้าน?”
เมื่อชายร่างบึ้กเหินมาหยุดลงเบื้องหน้า ต้วนหลิงเทียนก็สังเกตเห็นป้ายประจำตัวที่ห้อยแขวนบริเวณเอวอีกฝ่ายเช่นกัน จึงพบว่าอีกฝ่ายเป็นศิษย์ของคฤหาสน์อู่จ้าน และมีนามว่า “เหิงเฟิง”
“เหิงเฟิง…”
พอเห็นชื่ออีกฝ่าย ความคิดต้วนหลิงเทียนก็โลดแล่นไปยังตารางจัดอันดับที่เขาเห็นก่อนเข้ามาทันที และพบว่าในรายชื่อ 100 อันดับแรกที่แสดงอยู่บนตาราง กลับไม่มีนามเหิงเฟิงอยู่ในอันดับใดเลย
เห็นได้ชัดว่าเหิงเฟิงผู้นี้ไม่ติดอันดับ