พอต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ สีหน้าเหิงเฟิงก็มืดลงทันที เห็นได้ชัดว่ามันไม่คิดเลยว่าต้วนหลิงเทียนจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา
“เฮ่เจ้าหนู! นี่เจ้าไม่เคยได้ยินชื่อ เหิงเฟิง ของข้ามาก่อนหรือ?”
เหิงเฟิงเอ่ยถามด้วยเสียงเข้ม
“อ่า ข้าไม่เคยได้ยินเลย”
ต้วนหลิงเทียนยักไหล่
ทันใดนั้นใบหน้าเหิงเฟิงก็เริ่มแดงขึ้นมาทันที
ต้องทราบด้วยว่าปกติแล้วตัวมันนั้นมักจะติดอยู่ใน 50 อันดับแรกของแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางเสมอ กล่าวได้ว่าขุนนางอมตะ 10 ทิศที่เข้ามาในแดนสวรรค์ใต้โบราณเป็นประจำ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักมัน!
เดือนนี้พอดีมันพึ่งออกจากการปิดด่านบ่มเพาะมา ก็เลยเข้ามาสาย
อย่างไรก็ตาม มันไม่คิดไม่ฝันเลยจริงๆ ว่ามันพึ่งเข้ามาได้ไม่ทันไร คนแรกที่พบเจอกลับเป็นศิษย์ฝ่ายนอกคนหนึ่ง แถมไม่รู้จักชื่อมันที่อยู่กลางตารางจัดอันดับมาโดยตลอดอีก…
“ก็นั่นน่ะสินะ…ข้าจักไปหวังอันใดกับศิษย์ฝ่ายนอกของคฤหาสน์เฉวียนโยวที่เข้ามาเที่ยวเล่นเช่นเจ้ากัน…เจ้าจะไม่รู้เรื่องอันดับในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางก็ไม่แปลก”
พอคิดถึงจุดนี้สีหน้าเหิงเฟิงก็เริ่มผ่อนคลายลงหลายส่วน จากนั้นก็ไม่คิดเสียเวลาอะไรอีก มันย่ำเท้าเหยียบเวหาก้าวไปทางต้วนหลิงเทียนด้วยท่าทางดุดันเอาเรื่อง!
ปง! ปง! ปง! ปง! ปง!
…
ทุกคราที่เท้าเหิงเฟิงย่ำเท้าเหยียบเวหาก้าวไป เสียงอากาศพลันแตกระเบิดดังปานกลองศึก!