ถึงแม้ดูจากสถานการณ์แล้ว ต่อให้ทำลายกรงมิติของต้วนหลิงเทียนได้ ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากเดิมมากนัก เพราะสุดท้ายหากต้วนหลิงเทียนเลือกจะลงมือแบบเดิม ผลก็จะออกมาทำนองนี้อีกรอบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ย่อมสร้างปัญหาให้ต้วนหลิงเทียนได้บ้าง
เพราะหากมันยังเลือกเปล่งพลังทำลายไปรอบๆ โดยที่ต้วนหลิงเทียนจ่ายพลังหนุนเสริมไปคงสภาวะกรงมิติ เช่นนั้นก็กลายเป็นยื้อยุด และวัดกันที่พลังของใครจะต่อเนื่องกว่ากัน
ถึงตอนนั้นมันก็จะตกอยู่ในตำแหน่งที่ต้องป้องกันต้านทานตลอดเวลา ไม่อาจตอบโต้ใดได้
ด้วยเหตุนี้มันจึงเลือกจะรวมรั้งพลังทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียว และหมายผ่ากรงมิติผีสางนี่ของต้วนหลิงเทียนทิ้งในดาบเดียวแทน!
“พินาศไปเสีย!!”
กงซุนจิ้งที่ตวัดดาบเพลิงมาอย่างเกรี้ยวกราดคำรามออกอย่างดุร้าย ดาบเพลิงแหวกอากาศมาอย่างน่ากลัว ห้วงอากาศที่ดาบเพลิงวาดผ่านสะเทือนสะท้านปานจะปริแตก!
ต้วนหลิงเทียนที่มองความคิดของกงซุนจิ้งออกก็หยีตาลงเล็กน้อย
พริบตาต่อมา
‘ผ่ามิติ’
เพียงสะบัดมือออกไปอย่างไร้เรื่องงราวคราหนึ่ง ณ ตำแหน่งกรงมิติที่กงซุนจิ้งกำลังฟาดดาบไป พลันปรากฏรอยแยกมิติมืดดำอันน่ากลัวขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า!
เห็นฉากดังกล่าว กงซุนจิงก็ตกตะลึงไม่น้อย
แม้ดาบเพลิงที่รวมพลังทั้งหมดนี้ของมันจะร้ายกาจ แต่มันรู้ดีว่าพลังอำนาจยังไม่รุนแรงถึงขั้นผ่าเปิดมิติได้แน่นอน