“ท่านผู้ตรวจการฉี…มิทราบชายหนุ่มผู้นั้นเป็นใครหรือ? ไฉนท่านถึงกับต้องพามาส่งถึงที่นี่ด้วยตัวเองเล่า?”
ชายวัยกลางคนหลังโต๊ะบริการพอเห็นต้วนหลิงเทียนหายไปแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับมาถามฉีเทียนหมิงด้วยน้ำเสียงเคารพ มันสงสัยจริงๆว่าชายหนุ่มชุดม่วงเป็นใครกันแน่ แววตาจึงเต็มไปด้วยความอากรู้อยากเห็นนัก
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง”
ฉีเทียนหมิงหันไปมองอาวุโสที่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มลี้ลับ จากนั้นก็หันหลังแล้วเดินจากห้องโถงตำหนักไปทันที
…
“ที่นี่…แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางงั้นเหรอ?”
ต้วนหลิงเทียนที่สองตาเสมือนมืดบอดไปครู่หนึ่ง พอเห็นแสงสว่างอีกครั้งเขาก็หันไปมองรอบๆทันที จึงพบว่าเขาถูกส่งมาปรากฏบนเวทีศิลาในหุบเขาอันกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง และภายในหุบเขาแห่งนี้ก็มีอาคารเรียบง่ายตั้งอยู่ มีหลายคนยืนสนทนากันนอกอาคาร บ้างก็จับคู่ประลองกันอยู่ อย่างไรก็ตามเห็นชัดว่ายั้งมือกันไว้ไม่ลงมือหนักเกินไป
หลังจากมองสำรวจอยู่สักพัก ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ว่า
ไม่มีข้อยกเว้น ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นขุนนางอมตะ 10 ทิศกันหมด
“พวกมัน…คนของคฤหาสน์เฉวียนโยวหมดเลยงั้นเหรอ?”
ลูกตาต้วนหลิงเทียนหรี่ลงเล็กน้อย ไม่ยากที่เขาจะสังเกตเห็น
บริเวณเอวของขุนนางอมตะ 10 ทิศเบื้องหน้า ล้วนแล้วแต่ห้อยป้ายประจำตัวของคฤหาสน์เฉวียนโยวเอาไว้ทุกคน และไม่ได้เป็นป้ายศิษย์ฝ่ายนอกเหมือนของเขา แต่เป็นป้ายศิษย์ฝ่ายใน
“มีคนพึ่งเข้ามาหรือ?”