“นอกจากนั้นทาง 10 ตระกูลใหญ่ ก็ได้กำหนดไว้แล้วว่าศิษย์สาวกในตระกูลห้ามมิให้เข้าแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางเด็ดขาด หากถูกพบเจอจะถูกขับไล่ออกจากตระกูลทันที! ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครเสี่ยงมาช่วย ถึงจะมีก็ต้องมีผลประโยชน์รองรับคุ้มค่าเสี่ยง…”
“แต่ไหนเลยคฤหาสน์อมตะระดับ 6 จะตอบสนองความต้องการของคนจากตระกูลระดับ 5 ได้? เช่นนั้นภายใต้สถานการณ์ดังกล่าวคงยากที่อัจฉริยะจากตระกูลชั้นนำจะลดตัวลงมาเข้าแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางเพื่อช่วยคฤหาสน์อมตะระดับ 6…คนนอกที่เราจะหามาช่วยได้ ก็จำกัดแค่ผู้ฝึกตนอิสระไร้สังกัดเท่านั้น”
ฉีเทียนหมิงร่ายยาวออกมารวดเดียวจบ ต้วนหลิงเทียนก็เข้าใจได้ไม่ยาก
ในบรรดา 10 ตระกูล และ 5 นิกาย แน่นอนว่าย่อมมีอัจฉริยะขอบเขตขุนนางอมตะที่สามารถกวาดล้างแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางได้ง่ายดาย
เรื่องนี้เขาก็ไม่แปลกใจอะไร
สุดท้ายแล้ว 10 ตระกูล 5 นิกายก็คือขุมกำลังระดับแนวหน้าของแดนสวรรค์ใต้ ไม่ใช่อะไรที่ขุมกำลังธรรมดาจะเทียบได้
กระทั่งองค์กรกะโหลกเลือดก็ไม่อาจทรงพลังเทียบเท่า
หลังฉีเทียนหมิงกล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็เดินติดตามอีกฝ่ายมาถึงด้านในตำหนักแล้ว
พอเข้ามาในตัวตำหนัก เขาก็พบห้องโถงอันกว้างใหญ่ ทั้ง 2 ฟากซ้ายขวามีโต๊ะรับรองคอยให้บริการเรียงรายเป็นตับ และมองไปลึกๆก็พบเวทีศิลาอันมีลวดลายสลับซับซ้อน