“อายุไม่ถึงร้อยปี แต่กลับคิดจะเข้าไปเที่ยวเล่นในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางงั้นหรือ? ทว่ามันถึงกับก็ถูกผู้ตรวจการฉีพามาส่งเป็นการส่วนตัว ทั้งยังมีป้ายศิษย์ฝ่ายนอกอีก…พวกเจ้าเองก็สมควรรู้ว่าถึงจะเป็นป้ายศิษย์ฝ่ายนอกแต่ไม่ใช่จะให้ใครก็ได้”
“มิผิด! ต่อให้เป็นผู้ตรวจการฉี กกระทั่งรองผู้นำทั้ง 3 ก็ไม่มีทางมอบป้ายประจำตัวศิษย์ให้ผู้ใดโดยพลการ ทั้งหมดต้องทำตามขั้นตอนทั้งสิ้น…เว้นเสียแต่จะเป็นท่านผู้นำ หรือจ้าววังทั้ง 9 เข้ามาแทรกแซง”
“เจ้าจะบอกว่า…ชายหนุ่มชุดม่วงคนนี้ สมควรมีสัมพันกับท่านผู้นำ หรือไม่ก็ท่านจ้าววังทั้ง 9 งั้นหรือ?”
“ไม่ธรรมดาจริงๆ…เจ้าหนุ่มชุดม่วงนั่นไม่ใช่คนธรรมดาแน่!”
…
ถึงแม้เสียงกระซิบกระซาบในโถงตำหนักจะไม่ดัง แต่ต้วนหลิงเทียนกับฉีเทียนหมิงก็ได้ยินชัดเจน
ทว่าฉีเทียนหมิงไม่ได้สนใจอะไร
กลับกัน ต้วนหลิงเทียนรู้สึกว่าพวกนี้ช่างคิดไปได้
แต่เป็นธรรมดาว่าเขาเองก็รู้ดีว่าไฉนทั้งหมดคิดไปทำนองดังกล่าว ทั้งหมดเป็นเพราะอายุของเขาเอง
คนอายุไม่ถึงร้อยปี คิดเข้าแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง หากไม่ใช่เพื่อเข้าไปท่องเที่ยวแล้วจะเข้าไปทำอะไร?
“เจ้าสลักชื่อของเจ้าไว้บนป้ายหยกนี่เสีย และหลังจากข้าตรวจสอบแล้วว่ามันตรงกับชื่อในป้ายประจำตัวเจ้า เจ้าถึงจะหยดเลือดลงนป้ายหยกนั่นได้”
อาวุโสของคฤหาสน์เฉวียนโยวที่ประจำโต๊ะรับรองยื่นป้ายหยกสะสมคะแนนให้ต้วนหลิงเทียนพลางกล่าว