ภายใต้การนำพาของฉีเทียนหมิง ต้วนหลิงเทียนก็ได้มาถึงเกาะหลักแห่งหนึ่ง ที่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายไปยังแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง และค่ายกลที่ว่าก็ตั้งอยู่ในตำหนักหลังใหญ่มุมหนึ่งของเกาะ
ตำหนักหลังนี้ต่างจากที่พักของฉีเทียนหมิงไม่น้อย มันใหญ่โตกว่ากันมาก และลานด้านหน้าตำหนักก็กว้างขวางกว่าสนามฟุตบอลในโลกเก่าของเขาหลายเท่า
นอกจากนั้นในลานดังกล่าว ก็มีค่ายกลเคลื่อนย้ายมหึมาจัดตั้งเอาไว้ และยังมีผู้คนมากมายยืนคุยกันเต็มไปหมด
“หลิวจี๋ของคฤหาสน์หานชิงที่พึ่งเข้าไปเมื่อ 5 วันก่อน ไม่คิดเลยว่าจะเก็บแต้มได้มากขนาดนี้ แถมอันดับมันยังกระเตื้อขึ้นเรื่อยๆ…รอบนี้ข้าว่ามันคงติด 30 อันดับแรกได้อย่างไร้ปัญหา”
ที่ข้าสนใจเป็น เหลิ่งอวิ๋นโหยว ของคฤหาสน์ชิงหลิงที่อยู่ใน 20 อันดับแรกมากกว่า…ตอนนี้มันอยู่อันดับ 11 แล้วแต่เวลาของมันเหลือแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น แม้คะแนนมันจะห่างจากอันดับ 10 แค่ 12 แต้ม แต่ไม่รู้ว่ามันจะเก็บได้ทันรึเปล่า”
“เหลิ่งอวิ๋นโหยวผู้นั้นข้าก็จับตาดูอยู่เหมือนกัน…ปกติแล้วมันมักติดอยู่ใน 10 อันดับแรกเสมอ แม้รอบนี้จะทุลักทุหน่อยแต่ถ้าโชคของมันยังใช้การได้อยู่ ข้าว่าจะติด 10 อันดับแรกเหมือนเดิมก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
…
หลายคนในลานกำลังสนทนากันอย่างออกรส หัวข้อก็ไม่พ้นยอดฝีมือขุนนางอมตะ 10 ทิศที่สู้ชิงอันดับกันในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง