“หรือจะไม่มีคนอยู่ผู้เฒ่าฉี?”
หลังผ่านไปหลายสิบลมหายใจ แต่ยังไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากหลังม่านน้ำตก ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปกระซิบถามฉีเทียนหมิงเบาๆ
อย่างไรก็ตาม ฉีเทียนหมิงยังคงนิ่งไม่พูดจา
สองตาเพียงมองจ้องม่านน้ำตกเบื้องหน้าเขม็ง จากนั้นก็กล่าวออกด้วยน้ำเสียงนอบน้อมอีกครั้ง “ท่านเจ้าวัง ชายหนุ่มข้างกายข้าคนนี้ ข้าพามาเพื่อเข้ารับการทดสอบเป็นผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยคนใหม่…ข้ารู้สึกว่าเขามีความสามารถมากพอจักขึ้นดำรงตำแหน่งผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยเป็นคนแรกในรอบ 30,000 ปี!”
หลังฉีเทียนหมิงเอ่ยจบคำได้ สิบกว่าลมหายใจแล้วยังไร้เสียงตอบกลับ ฉีเทียนหมิงก็เลือกที่จะเอ่ยต่อว่า
“ชายหนุ่มผู้นี้เรียกว่า ต้วนหลิงเทียน เป็นอัจฉริยะที่ซุนเหลียงเผิงประมุขนิกายอมตะเป้าผู่แนะนำ…ถึงแม้ชายหนุ่มผู้นี้จะยังมีอายุไม่ถึง 100 ปี หากแต่สามารถบรรลุถึงขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศแล้ว อีกทั้งยังสามารถเข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งมิติได้ถึง 6 ประการ!”
แทบจะทันทีที่ฉีเทียนหมิงเอ่ยวาจาประโยคนี้ดังจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็พบว่าม่านน้ำตกเบื้องหน้าบังเกิดความปั่นป่วนไปเล็กน้อยอย่างยากจะมองเห็น หากแต่ก็ไม่พ้นสายตาต้วนหลิงเทียน
ขณะเดียวกันแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่รู้สึกว่ามีอะไรเข้ามาใกล้ แต่เขารู้สึกเสมือนตัวเองกำลังเปลือเปล่า ถูกผู้อื่นมองเห็นทะลุปรุโปร่ง
ความรู้สึกนี้ บ่งบอกให้เขาทราบถึงเรื่องหนึ่ง