วินาทีที่สาลมดังกล่าวพัดปะทะร่างฉีเทียนหมิงอย่างจัง ฉีเทียนหมิงก็รู้สึกเสมือนทัพม้านับพันย่ำเหยียบ แม้จะพยายามเร่งเร้าพลังเพื่อต้านทานแล้ว แต่คนยังกระเด็นปลิวละลิ่วไปดั่งหุ่นกระบอกไร้ด้าย….
ตึงงงงง!!
ครืนนน! ขลุก! กึง! กึง!
…
ฉีเทียนหมิงที่ถูกซัดปลิดปลิวคนลอยละลิ่วไปกระแทกผนังผาไกลตาอย่างแรง! พาลให้ทั้งหุบเขาสะเทือนเลือนลั่น หน้าดินพังทลายวุ่นวาย พอฉีเทียนหมิงแงะตัวออกจากผนังผา สารรูปคนก็มอมแมมยับเยิน สีหน้าราวลุกหมาคลุกโคลน มุมปากยังปรากฏรอยเลือดย้อยเป็นสาย!!
“ขอบพระคุณท่านเจ้าวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยที่เมตตา!”
ฉีเทียนหมิงยกมือขึ้นปาดเช็ดรอยเลือดที่มุมปาก ค่อยประสานมือโค้งหัวคารวะกล่าวคำกับม่านน้ำตกไกลตา จากนั้นก็เร่งเหินร่างออกจากหุบเขาไปเร็วไว
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าวางใจได้เลย ด้วยความสำเร็จในตอนนี้ของเจ้า…เจ้าวังผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยย่อมไม่ทำให้เจ้าลำบากใจแน่นอน…หลังจากเจ้าผ่านการทดสอบที่นี่แล้ว เจ้าค่อยติดต่อมาหาข้า”
ก่อนจากไป ฉีเทียนหมิงยังไม่ลืมกล่าวลาต้วนหลิงเทียน
“อ่า”
เสียงผ่านพลังของฉีเทียนหมิงที่กล่าวทิ้งท้ายไว้ ก็ดึงสติต้วนหลิงเทียนให้กลับมาจากอาการอึ้งๆทันที ฉากที่ฉีเทียนหมิงถูกซัดปลิวอย่างไร้พลังต้านทานเมื่อครู่ สร้างความตกใจให้เขาที่อยู่ข้างๆไม่น้อย
สายลมกรรโชกเมื่อครู่ กับเขามันแค่พัดให้ชุดคลุมกระพือสะบัด รับความเย็นสบาย