จากนั้นฉีเทียนหมิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีก และต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่มีเรื่องจะถามแล้ว ทั้งเขายังถูกฉีเทียนหมิงหอบหิ้วเดินทาง เช่นนั้นก็เลยใช้เวลาที่มีไปกับการทำความเข้าใจความลึกซึ้ง ส่งผ่าน ของกฏแห่งมิติอย่างไม่ให้สูญเปล่า
เดิมทีเขาก็คิดจะทะลวงถึงขอบเขตราชาอมตะให้ได้เร็วๆ
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ทราบถึงการคงอยู่ของแดนสวรรค์ใต้โบราณณะดับกลาง เขาก็ไม่รีบร้อนจะกระดับพลังฝึกปรือของตัวเอง
เพราะสุดท้ายแล้วการจะเข้าสู่แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางและทำผลงานดีๆได้ ก็จำต้องมีด่านพลังไม่เกินขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศเท่านั้น
“จริงสิผู้เฒ่าฉี”
หลังทำความเข้าใจความลึกซึ้งส่งผ่านของกฏแห่งมิติอยู่ครึ่งวัน ต้วนหลิงเทียนที่ฉุกคิดอะไรได้ ก็ลืมตาขึ้นมามองถามฉีเทียนหมิงทันที
“แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลาง ในเมื่อมันเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์คฤหาสน์อมตะระดับ 6 แบบนี้…แล้วในบรรดาคฤหาสน์อมตะระดับ 6 ทั้งหลาย ได้มีการเพาะสร้างยอดฝีมือขอบเขตขุนนางอมตะ 10 ทิศเอาไว้ใช้ต่อสู้ช่วงชิงอันดับในแดนสวรรค์ใต้โบราณระดับกลางโดยเฉพาะหรือไม่?”
นี่เป็นเรื่องที่เขาพึ่ฉุกคิดได้ขณะทำความเข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งมิติ
เพราะขุนนางอมตะ 10 ทิศที่มีอายุพันปี กับหลายหมื่นปีนั้น พลังฝีมือย่อมไม่อาจนำมาเทียบกันได้แน่นอน ยิ่งอยู่นานเท่าไหร่ก็หมาความว่ามีเวลาทำความเข้าใจความลึกซึ้งแห่งกฏมากขึ้นเท่านั้น!