ได้ยินเสียงเอ่ยทักของชายชรา ซุนเหลียงเผิงก็หน้าม้านไปด้วยความอาย พอมาเห็นสายตาแปลกของต้วนหลิงเทียนที่มองมาด้วยความสงสัยซ้ำ ใบหน้าที่โรยราตามวัยของมันก็อดแดงขึ้นมาไม่ได้
“อาจารย์ลุง…ท่านเปลี่ยนคำเรียกหาข้าไม่ได้หรือ ตอนนี้ข้าเป็นประมุขนิกายอมตะเป้าผู่แล้ว ท่านเรียกข้าแบบนี้ทำให้ภาพลักษณ์ข้าเสียหายยิ่ง…”
ขณะที่ซุนเหลียงเผิงยืนขึ้นทักทายชายชรา มันก็กล่าวเรื่องนี้ออกไปด้วยรอยยิ้มแหยๆ
“เด็กน้อยนี่อายเป็นแล้วหรือ แต่ก่อนเจ้ายังวิ่งเปลือยตูดท้าข้าแข่งฉีไกลอยู่เลย มาตอนนี้กลับเจ้ากี้เจ้าการข้าแล้ว…หรือโตเข้าหน่อย ก็คิดว่าตัวเองปีกกล้าขาแข็งจริงๆ?”
ขณะชายชรากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง คนก็ค่อยๆโรยตัวลงมาจากกลางหาว จากนั้นก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้หินอ่อนข้างซุนเหลียงเผิงโดยไม่รอคำชวน แล้วก็จัดแจงหยิบถ้วยออกมาเทน้ำชา ยกขึ้นดื่มดับกระหายอย่างสบายๆ แลดูไม่ได้เกรงใจอะไรประหนึ่งที่นี่เป็นบ้านที่ไม่ได้กลับมานาน
ในขณะที่ชายชรานั่งลง ซุนเหลียงเผิงก็ยังยืนอยู่ ต้วนหลิงเทียนเองจึงรีบลุกขึ้นยืนเช่นกัน
อย่างไรก็ตามพอเขาลุกขึ้นยืนได้ไม่ทันไร ก็ปรากฏพลังไร้สภาพอ่อนโยนขุมหนึ่งบังคับให้เขานั่งลงตามเดิม “เจ้าคือต้วนหลิงเทียนหรือ เจ้าไม่ต้องเคร่งมารยาทเหมือนเสี่ยวเผิงเผิงมันหรอก ต่อหน้าข้าเจ้าก็ทำตัวตามสบายเถอะ ช่างหัวกฏเกณฑ์มารยาทอันใดมารดามัน”
“คารวะผู้อาวุโส”