และพริบตาต่อมา ซุนเหลียงเผิงก็สัมผัสได้ว่าร่างต้วนหลิงเทียนวูบไปโผล่ด้านหลังซุนเหลียงเผิงเสียแล้ว สภาวะกระบี่สีเทายังถูกเร่งเร้าถึงขีดสุด จ้วงมาเจียนถึงแผ่นหลังฉีเทียนหมิงอยู่รอมร่อ!
“ความลึกซึ้ง เคลื่อนมิติ!”
พร้อมกันนั้นเองเสียงประหลาดใจของฉีเทียนหมิงก็ดังขึ้นเข้าหูซุนเหลียยเผิงอย่างประจวบเหมาะ ทำให้ซุนเหลียงเผิงตระหนักได้ทันที ‘ที่แท้เป็นความลึกซึ้งเคลื่อนมิติ…มิน่าแปลกใจเลยที่ไฉนข้ามิอาจตับร่องรอยความเคลื่อนไหวของต้วนหลิงเทียนได้’
‘ความลึกซึ้งเคลื่อนมิติ ประหนึ่งทำให้ผู้ใช้เคลื่อนย้ายข้ามห้วงมิติในฉับพลัน จักไม่ทิ้งร่องรอยอันใดไว้ก็ไม่แปลก…’
ซุนเหลียงเผิงย่อมรู้ดีแก่ใจ นับประสาอะไรกับมันที่ยังเป็นราชาอมตะเท่านั้น ต่อให้จอมราชันอมตะมายืนอยู่ตรงนี้ ก็ไม่อาจจับร่องคอยความเคลื่อนไหวเมื่อครู่ของต้วนหลิงเทียนได้ เพราะต้วนหลิงเทียนได้สาบสูญไปในความว่างเปล่าจริงๆ คนไปผุดโผล่อีกที่หนึ่งในฉับพลันด้วยการเคลื่อนย้ายข้ามมิติ จึงไม่ทิ้งร่องรองความเคลื่อนไหวใดๆเอาไว้
“ผู้เฒ่าฉี เท่านี้พอแล้วกระมัง?”
เมื่อกระบี่พลังมีสภาพสีเทาของต้วนหลิงเทียนแตะถึงแผ่นหลังของฉีเทียนหมิง เขาก็เอ่ยถามออกมา ขณะเดียวกันเสียงเขายังไม่ทันดังจบคำ ร่างเขาก็วูบข้ามมิติกลับมานั่งที่เดิมเรียบร้อย
และมังกรวารีที่ฉีเทียนหมิงปลดปล่อยออกมาจู่โจมต้วนหลิงเทียน ก็พึ่งจะพุ่งเลยจุดที่เขานั่งอยู่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น…