“ดั่งคำกล่าว ขุนเขาเขียวยังอยู่ไยต้องกลัวไร้ฟืนไฟ ขอเพียงคนยังอยู่ย่อมมีความหวังเสมอ…แต่หากคนผู้หนึ่งเลือกเดินทางผิด ความหวังอันใดก็ล้วนสลายไปดั่งหมอกควัน!”
สิ่งที่ซุนเหลียงเผิงกล่าวก็มีความหมายชัดเจน ไม่มีอะไรมากไปกว่าให้คำแนะนำแก่ต้วนหลิงเทียน และหวังว่าต้วนหลิงเทียนจะไม่ผิดพลาดและเดินซ้ำรอยอดีตผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย…
ในสายตาของซุนเหลียงเผิง ขอเพียงผู้พิทักษ์น้อยเลือกหนทางกล้ำกลืนความอัปยศ ไม่วู่วามแก้แค้น อย่างน้อยๆตอนนี้ไม่เพียงแต่จะล้างแค้นสำเร็จ แต่สมควรกลายเป็นจอมราชันอมตะสมญานามไปแล้ว
“ประมุขนิกาย ข้ากลับรู้สึกว่าผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยนั่นเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง…เพราะบางอย่างมิใช่ว่าให้ทนก็จะทนได้ไหว ข้าขอถามท่านสักคำ หากท่านพบเจอเรื่องราวดุจเดียวกับผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อย ท่านจะอดทนไหวหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนมองซุนเหลียงเผิงไม่วางตา “ใต้หล้าบางเรื่องสามารถอดทนได้…แต่บางเรื่องก็มิอาจอดทนได้ไหว”
ซุนเหลียงเผิงพอได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียนก็เงียบไปครู่หนึ่ง เพราะมันลองแทนตัวเองในจุดเดียวกับผู้พิทักษ์คฤหาสน์น้อยในอดีตดู มันเองก็อาจจะทนไม่ไหวเช่นกัน
ความแค้นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกก็คือความแค้นเข่นฆ่าบิดา ฉุดคร่าภรรยา!