“อ่า”
ต้วนหลิงเทียนพนักหน้าตอบคำ และนั่นทำให้สีหน้าซุนเหลียงเผิงกลายเป็นแดงก่ำ สองตาทอประกายจ้าหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงราวที่สูบลม
“ประมุข…”
และในขณะที่ซุนเหลียงเผิงกำลังตื่นเต้นกับคำยยืนยันของต้วนหลิงเทียน ว่าสามารถช่วงชิงผลเทพสังเวยสวรรค์มาได้จริงๆ ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยถามขึ้นมาว่า “ปกติแล้ว มีหนทางใดบ้างที่นักฆ่าขององค์กรกะโหลกเลือด จะสามารถล่วงรู้ตำแหน่งของข้า และไล่ตามไปฆ่าข้าได้ถูกที่?”
“ว่าอะไร!?”
ซุนเหลียงเผิงที่เดิมกำลังตื่นเต้นยินดี ก็มีอันต้องตกตะลึงไปเพราะคำถามดังกล่าวของต้วนหลิงเทียน “เจ้าจะบอกว่า…นักฆ่ากะโหลกเลือด มันไล่ตามไปเข่นฆ่าเจ้าถึงอวี้หวงเทียนเลยงั้นหรือ?”
“ไม่ผิด”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า “พวกมันไม่เพียงตามไปถึงอวี้หวงเทียน แต่พวกมันยังมุ่งหน้าไปคฤหาสน์เอี้ยนซานแดนผิงเทียนของอวี้หวงเทียนที่ข้าอยู่เสมือนนกรู้”
ต้วนหลิงเทียนยังคงจำได้ดี ว่าวันที่เขาพบเจอนักฆ่าทั้ง 2 นั้นอีกฝ่ายก็บอกมาเอง ว่าพอตามเข้ามาถึงคฤหาสน์เอี้ยนซานก็บังเอิญได้ยินข่าวลือเรื่องเจียงหลาน…ไม่ใช่ได้ยินข่าวลือแล้วจึงมา!
ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาอยากรู้นัก ว่านักฆ่าองค์กรกะโหลกเลือดหาตัวเขาเจอได้ยังไง กระทั่งใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายตามมาที่เดียวกับเขาได้
ราวกับอีกฝ่ายล่วงรู้แต่แรกว่าตอนเขาใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายออกกจากหลิงหลัวเทียนนไปอวี้หวงเทียน เขาจะไปเขตคฤหาสน์เอี้ยนซานในแดนผิงเทียน!