หลังได้รับทราบว่าทางองค์กรตัดสินใจเพิกถอนภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียนเป็นการชั่วคราว สีหน้านักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 9 ตำหนักอย่าง เหลิ่งเอี้ย ที่พึ่งกลับมาถึงองค์กรกะโหลกเลือดได้ไม่นานก็มืดดำราวถ่านไหม้ ‘แต่เป็นธรรมดาว่าข้าไม่อาจเปิดเผยเรื่องที่เจอต้วนหลิงเทียนออกไปได้…’
‘เพราะสุดท้ายหลังกลับมา ข้ากับโจวจวิ้นก็ส่งรายงานไปแล้วว่าไม่เจอตัวมัน…’
หลังเหลิ่งเอี้ยกับนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 9 ตำหนักอีกคนกลับมาถึงองค์กร พวกมันก็ส่งรายงานไปว่าไม่พบเจอต้วนหลิงเทียน ทำให้ทางองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดตัดสินว่า ต้วนหลิงเทียนสมควรถูกตัวตนที่อ้างว่าเป็นจักรพรรดิอมตะกลับชาติมาเกิดใช้เป็นเครื่องสังเวยจนตายไปแล้ว
อันที่จริงเหลิ่งเอี้ยก็ยังสามารถอ้างได้ว่าต้วนหลิงเทียนมียันต์อมตะหลบหนี ไม่ก็มีสหายช่วยเหลือโดยการใช้ยันต์อมตะหลบหนีที่ไม่ด้อยกว่ายันต์เงาวายุพาหนีไป
อย่างไรก็ตามหากมันรายงานไปแบบนั้น ไม่พ้นต้องถูกสืบสวนรายละเอียดแน่นอน…และนักฆ่าก็รู้ๆกันอยู่ว่ามุ่งเน้นลอบสังหารเป้าหมายให้ตายโดยที่เป้าหมายไม่ทันรู้ตัว จะให้มันบอกว่า พอดีมันปรากฏตัวออกไปสนทนาทับถมอีกฝ่ายจนเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายหนีไป มันยังไม่โดนองค์กรฆ่าเอารึไง?
เพื่อให้อะไรๆมันง่ายขึ้น พวกมันจึงเลือกรายงานไปว่าไม่พบคน
อย่างไรก็ตาม พอรู้ว่าทางองค์กรจะเลือกเพิกถอนภารกิจสังหารต้วนหลิงเทียนออกไปเป็นชั่วคราว เหลิ่งเอี้ยก็ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้