ขณะเดียวกัน ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ตามสัญชาติญาณว่า…ข้อมูลลึกลับดังกล่าว อาจจะเกี่ยวข้องกับพลังของผลเทพสังเวยสวรรค์ที่ไหลเวียนอยู่ในร่าง!
เพราะในขณะที่ความลึกลับและคลุมเครือดังกล่าวประดังเข้ามาสู่จิตใจ ต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ว่าพลังของผลเทพสังเวยสวรรค์ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเขากำลังลดลงด้วยความเร็ว ประหนึ่งเลือดไก่ที่ถูกต้มจนเริ่มจับตัว
จากนั้นเขาก็รู้สึกเสมือนทั่วร่างร้อนลวกปานเพลิงไฟ ขณะเดียวกันสมองก็อื้ออึงจนหนังศีรษะคล้ายกลับกลายเป็นด้านชา
“นี่มันอะไรกัน…”
ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ในใจต้วนหลิงเทียนก็บังเกิดความรู้สึกลึกลับบางอย่าง พอลืมตาขึ้นมาขยับมือเบาๆ เขาก็สัมผัสได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับความว่างเปล่ารอบกายของเขา
ความรู้สึกลึกลับที่ว่า เหมือนจะเป็นความรู้สึกดั่งทุกสิ่งถูกควบคุมอยู่ในกำมือ ราวกับเขาสามารถควบคุมความว่างเปล่ารอบๆตัวได้
“ไม่จริงหน่า…”
ห้วงเวลาดุจฟ้าแลบ ในใจต้วนหลิงเทียนก็บังเกิดความคิดอุกอาจประการหนึ่งขึ้น สองตายังลุกวาวสว่างจ้าขึ้นมาทันที
ตอนนี้หากมีใครมาอยู่ใกล้ๆและมองสบตาต้วนหลิงเทียนล่ะก็…
จะพบว่าสองตาคู่นี้ของต้วนหลิงเทียนมันเปล่งประกายระยับปานดวงดาราสุกสกาวกลางฟ้ายามราตรีกาล! กระทั่งยังเจิดจ้าเสียจนทำให้ผู้คนที่ชมมองตาแทบบอด!!
“ฟืดด!!”