“ได้แบบนั้นก็ดี ส่วนตอนนี้พวกเรารีบไปจากที่นี่ดีกว่า…ขืนรั้งอยู่แถวนี้เกิดนักฆ่าราชาอมตะ 9 ตำหนัก 2 คนนั่นมันไม่ยอมแพ้ และเลือกจะปูพรมค้นหาอีกรอบ เกรงว่าไม่นานคงหาพวกเราเจอ”
พอหลิงเจวี๋ยอวิ๋นกล่าวจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็เริ่มเหินนำออกไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับหุบเขาเมื่อครู่ทันที
“ว่าแต่เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลย ว่าเจ้าไปทำอีท่าไหนกันแน่ถึงทำให้องค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดถึงกับส่งนักฆ่าขอบเขตราชาอมตะ 9 ตำหนักมาตามฆ่าเจ้าได้ แถมพวกมันยังมากัน 2 คนแบบนั้น”
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นขบคิดเท่าไหร่ ก็ไม่อาจคิดเรื่องนี้ได้ออกจริงๆ
ต้วนหลิงเทียนจะอย่างไรก็เป็นแค่ยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุด แม้พรสวรรค์กับความเข้าใจจะสูง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องส่งนักฆ่าทรงพลังระดับนี้มาไม่ใช่หรือไง?
“เพราะองค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดมันเคยส่งนักฆ่ามาจัดการข้า 2 คน แต่ข้าเป็นฝ่ายฆ่าพวกมันทิ้งทั้งหมด”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว
“อะไร!?”
ได้ยินคำพูดของต้วนหลิงเทียน ลูกตาหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็หดเล็กลงทันที “เจ้า…เจ้าฆ่านักฆ่าขององค์กรกะโหลกเลือดไป 2 คนแล้ว?”
รอบนี้ หลิงเจวี๋ยอวิ๋นคิดว่าตัวเองได้ยินอะไรผิดพลาดไปหรือไม่
เพราะเท่าที่มันรู้มา นักฆ่าองค์กรกะโหลกเลือดนั้น ที่อ่อนด้อยที่สุดก็สมควรเป็นชนชั้นราชาอมตะ 1 ต้นกำเนิดไม่ใช่หรือไร? แล้วต้วนหลิงเทียนไปฆ่าอีกฝ่ายได้ยังไง?
“ใช่”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้า