ทันใดนั้นไม่ว่าจะเป็นต้วนหลิงเทียน หลิงเจวี๋ยอวิ๋น หรือยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดที่ยังรอดชีวิตอยู่ ทั้งหมดก็รู้สึกเสมือนเบื้องหน้าปรากฏแสงสว่างวูบวาบ และพริบตาต่อมาฉากโถงถ้ำขนาดพอประมาณในสายตายอดเซียนอมตะขั้นสูงสุด 3 คนก็สลายหายไป กลับกลายเป็นโถงถ้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลแทน
จากนั้นยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดทั้ง 3 ที่ยังรอดชีวิตอยู่ไม่เพียงแต่จะเห็นหน้าค่าตากันและกัน ทั้ง 3 ยังสังเกตเห็นต้วนหลิงเทียน หลิงเจวี๋ยอวิ๋น และเจียงหลานอีกด้วย!
จังหวะนี้สีหน้าพวกมันเปลี่ยนไปทันที จากนั้นก็หันไปมองจ้องเจียงหลานด้วยสายยตาระแวดระวัง ทำราวกับอีกฝ่ายคือศัตรูตัวฉกาจ!
“ท่ามกลางยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดชนชั้นอัจฉริยะนับหมื่น แต่ยังสามารถเหลือรอดชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้…ข้าต้องขอกล่าวชมจากใจเลยว่า พวกเจ้าทั้ง 5 คนร้ายกาจมาก…”
เจียงหลานเหลือบมองต้วนหลิงเทียนกับคนอื่นๆทั้ง 5 คนด้วยสายตาเฉยเมย กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
“หืม?”
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ก็ตระหนักได้ทันทีว่าเจียงหลานได้ยกเลิกค่ายกลมายาหลอนประสาทไปแล้ว
สิ่งนี้สังเกตได้จากปฏิกริยาของหลินเฟยหยางและอีก 2 คนที่เหลือ
“เจ้ากล่าวเช่นนี้หมายความว่าอันใด?”
อีก 2 คนที่ยังรอดชีวิตอยู่นั้น หนึ่งมีลักษณะเป็นชายหนุ่ม ส่วนอีกหนึ่งเป็นชายวัยกลางคน และเป็นชายวัยกลางคนที่ชักหน้าเคร่ง มองถามเจียงหลานด้วยน้ำเสียงหวั่นๆ หลังได้ยินคำพูดของเจียงหลาน