หลังฆ่ายอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดทิ้งไปอีกคน ต้วนหลิงเทียนที่เหลือบไปมองม่านพลังปิดกั้นโลหิตและดวงจิตของผู้ตายด้วยหางตา ก็เร่งส่งเสียงผ่านพลังไปหาหลิงเจวี๋ยอวิ๋นทันที
ตอนนี้ม่านพลังจากค่ายกลที่ปกคลุมเกาะกลางอันมีต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ตั้งอยู่ มันกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับพร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเวลา…
และเมื่อม่านพลังดังกล่าวพังทลายลง โลหิตและดวงจิตของผู้ตายที่ถูกม่านพลังกั้นไว้จำนวนมหาศาล ก็สมควรถูกต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ดูดซับในคราเดียว และมันต้องนำไปบำรุงตัวอ่อนผลเทพสังเวยสวรรค์ให้เติบโตกลายเป็นผลเทพสังเวยสววรรค์ทันทีแน่
เป็นธรรมดาว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ใช่ว่าจะทำให้ผลเทพสังเวยสวรรค์ปรากฏได้แน่นอน ยังมีโอกาสล้มเหลวอีกด้วย!
และหากล้มเหลวล่ะก็ สิ่งที่จะตามมาก็คือตัวอ่อนของผลเทพสังเวยสวรรค์จะฝ่อ ก่อนที่จะสลายหายไปในอากาศ…และนั่นก็บ่งบอกว่าการสังเวยยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดนับหมื่นเพื่อผลเทพสังเวยสวรรค์ครั้งนี้ ล้มเหลวเสียแล้ว
“อืม จับตาดูให้ดี ข้าว่าหากมียอดเซียนยอมตะขั้นสูงสุดตกตายอีกสัก 5-6 คน ม่านพลังป้องกันดวงจิตกับโลหิตผู้ตายนั่น คงไม่อาจทนพลังดูดซับของต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ได้อีกต่อไป”
หลังจากลอบมองสถานการณ์เรื่องราว หลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็ส่งเสียงผ่านพลังถึงต้วนหลิงเทียน
“ตายอีก 5-6 คนงั้นหรือ…”