“ตอนนี้เจียงหลานนั่น สมควรคิดสะสมดวงจิตและโลหิตของยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดที่เหลือทั้งหมด และปล่อยให้ต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ดูดซับไปหล่อเลี้ยงตัวอ่อนผลเทพสังเวยสวรรค์ในคราวเดียว เพื่อให้มันเติบโตกลายเป็นผลเทพสังเวยสวรรค์”
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นกล่าวสืบต่อ
ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ ลอบหันไปมองต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ทันที
จึงเห็นว่าม่านพลังที่กางกั้นรอบเกาะกลางน้ำนั่น ปิดกั้นดวงจิตและโลหิตของยอดเซียนอมตะที่ตายเอาไว้แข็งขัน ด้านต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ก็แผ่พลังดูดซับออกมาไม่หยุด หมายดูดกลืนสารอาหารให้จงได้! ด้วยกระบวนการดังกล่าวทำให้ดวงจิตและโลหิตของผู้ตายแนบติดไปกับม่านพลัง!!
เห็นได้ไม่ยากเลย ว่าหากม่านพลังโปร่งแสงนั่นหายไป ดวงจิตทั้งโลหิตต้องพุ่งละลิ่วเข้าหาต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์แน่นอน
และตอนนี้ขอบม่านพลังดังกล่าว ก็มีดวงจิตและโลหิตของยอดเซียนอมตะไปแนบชิดอยู่ 3 คนแล้ว
ในระหว่างที่ต้วนหลิงเทียนคุยกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ก็มียอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดตกตายไปอีก 2 คน โลหิตและดวงจิตของพวกมันที่ถูกพลังดูดซับของต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ ก็เลยไปแนบชิดกับม่านพลังดั่งที่เห็น
“หืม?”
ครู่ต่อมาต้วนหลิงเทียนพลันพบว่ามียอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดคนหนึ่งพุ่งเข่นฆ่ามาทางเขา! ในที่สุดก็มีคู่ต่อสู้คนใหม่มาเสียที หลังจากว่างอยู่นาน!
ขณะเดียวกันไม่ว่าจะเป็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋นหรือหลินเฟยหยาง ก็เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้คนใหม่ทั้งสิ้น