อาศัยค่ายกลที่มันจัดตั้งไว้เมื่อชาติที่แล้ว เมื่อมันสอดมือเข้าแทรกแซงมันย่อมกำหนดได้ว่าจะให้ผู้ใดรอดชีวิต และตอนนี้มันก็เลือกหลิงเจวี๋ยอวิ๋นกับหลินเฟยหยาง ส่วนยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดคนอื่นๆก็ปล่อยให้ตกตาย ส่งดวงจิตและโลหิตไปกองรวมกันที่ขอบม่านพลัง รอเวลาปลดปล่อยให้ต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ดูดซับในคราวเดียวเพื่อเพิ่มโอกาสเกิดผลเทพสังเวยสวรรค์
ซู่ม! ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!
…
คู่ต่อสู้ของต้วนหลิงเทียนรอบนี้เป็นผู้ที่เข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งลม 3 ประการ อีกทั้งยังเข้าใจความลึกซึ้งของกฏแห่งลมประการที่ 4 อีกเล็กน้อย ลักษณะเป็นชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีเขียว
ชายวัยกลางคนดังกล่าวสีหน้าเย็นชาเหลือเกิน เห็นหน้าต้วนหลิงเทียนไม่ทันไร ทั่วร่างก็ปะทุพลังเกรี้ยวกราด สร้างคมมีดวายุนับร้อยพัน ซัดเข้าใส่ต้วนหลิงเทียนดั่งห่าพิรุณกระหน่ำ!
“ตาย!!”
สองตาชายวัยกลางคนมองต้วนหลิงเทียนราวกับกำลังมองคนตาย หลังซัดห่าพลังคมมีดวายุไปแล้ว มันก็เสือกกระบี่ 3 ฉื่อในมือพุ่งร่างเข่นฆ่าสังหารเข้ามา หมายลงมือซ้ำให้ต้วนหลิงเทียนตกตายคาที่ ตัวกระบี่ของมันปรากฏพลังสีเขียวรุนแรงฉาบเคลือบ จากกลิ่นอายพลัง เห็นชัดว่ามันผสานความลึกซึ้งของกฏแห่งลมเอาไว้ 2 ประการ!
ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม! ซู่ม!
…
เสียงคนกระบี่พุ่งทะลวงอากาศแหลมเสียดหูนัก!
ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว! ซัว!
…