ยอดเซียนอมตะขั้นสูงสุดตกตายคนแล้วคนเล่า เลือดและดวงจิตของผู้ที่ตกตายก็ถูกต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ดูดกลืนจนหมด กลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ และสภาพการณ์ของต้นไม้เทพสังเวยยสวรรค์เองก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อย
เดิมทีต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ก็แค่มีสีเลือดเท่านั้น แต่บัดนี้ไม่ว่าจะลำต้นหรือกิ่งก้านใบ ก็ปรากฏสีเลือดเข้มขึ้นทุกขณะ มองแล้วประหนึ่งจะมีเลือดไหลออกมาก็ไม่ปาน!
และบริเวณกิ่งใหญ่หนึ่ง ก็เริ่มผลิดอกขึ้นมาแล้ว
การต่อสู้ภายในถ้ำไพศาล ล้วนดำเนินไปในลักษณะตัวต่อตัว
ทั้งหมดเกิดจากการทำงานของค่ายกลที่เจียงหลานตระเตรียมไว้ตั้งแต่ชาติที่แล้ว มันคิดให้ทุกคนพบปะคู่ต่อสู้ไปทีละคนๆ และเข่นฆ่ากันไปจนเหลือคนสุดท้าย…จากนั้นมันก็แค่สังหารคนสุดท้ายที่เหลือเสีย รับผลเทพสังเวยสวรรค์ไปใช้สบายใจเฉิบ…
“ยั้งมือด้วย!”
เสียงร่ำร้องหนึ่งดังขึ้น หากแต่ต้วนหลิงเทียนหาได้แยแสอันใด แหวนในมือปรากฏเพลิงลุกโชนขึ้นมาขุมหนึ่ง ก่อนจะควบรวมเป็นกระบี่เพลิง พุ่งทะยานออกไปฉับไว ปลิดปลงชีวิตชายวัยกลางคนได้อย่างง่ายดาย
จากนั้น เลือดเนื้อและดวงจิตของชายวัยกลางคนก็ถูกต้นไม้เทพสังเวยสวรรค์ดูดกลืน
ฉากเรื่องราวดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนชินชามานานแล้ว เพราะไม่เพียงแต่คนที่ถูกเขาฆ่าจะพบจุดจบเช่นนี้ กระทั่งคนอื่นๆที่ตกตายในโถงก็ประสบชะตากรรมเดียวกัน