จังหวะนี้ไม่ใช่แค่ต้วนหลิงเทียนเท่านั้นที่ตกใจ คนอื่นๆเองก็ตื่นตกใจไม่น้อย
“คนเยอะขนาดนี้เชียว…ทั้งหมดล้วนมาเพราะมรดกสถานที่น่าจะเป็นของตัวตนระดับจักรพรรดิอมตะเหลือทิ้งไว้หรือ?”
“ข้าไม่ทราบว่าผู้อื่นมาที่นี่เพื่ออะไร…แต่ข้ามาเพราะมรดกสถานที่อาจเป็นของจักรพรรดิอมตะจริงๆ อีกทั้งข้าก็มิใช่คนของอวี้หวงเทียนแต่มาจาก จี๋กวงเทียน โดยใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามระนาบเทวโลก แล้วพวกเจ้าเล่า?”
“ข้ามาจากจี๋กวงเทียนเช่นกัน”
“ส่วนข้ามาจากหลิงหลัวเทียน”
“ข้ามาจาก ปี้สุ่ยเทียน”
“ข้ามาจาก ชิงเฉวียนเทียน”
“ส่วนข้าถึงจะเป็นคนของอวี้หวงเทียน แต่ที่ๆข้าอยู่ห่างไกลจากคฤหาสน์เอี้ยนซานของแดนผิงเทียนมาก…หากไม่มีตัวตนขอบเขตจอมราชันอมตะคุ้มกันข้าคงไม่อาจมาถึงที่นี่ได้เลย สุดท้ายจึงต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายข้ามระนาบเทวโลกเช่นกัน”
…
หลายคนเริ่มบอกที่มาของตัวเอง จากนั้นทั้งหมดก็อดไม่ได้ที่จะตะลึง
คนที่ยืนออกันไม่กี่คนตรงนี้กลับมาจากระนาบเทวโลกที่แตกต่างกันถึง 5 ระนาบ อันได้แก่อวี้หวงเทียน จี๋กวงเทียน หลิงหลัวเทียน ปี้สุ่ยเทียน แล้วก็ชิงเฉวียนเทียน
และเมื่อเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงโพล้เพล้ จำนวนของผู้คนที่มายืนรอคอยกันบนยอดเขาแห่งนี้ ก็เกิน 8,000 คนไปแล้ว อีกทั้งจนถึงบัดนี้ยังมีผู้คนทยอยกันมาถึงเรื่อยๆ คล้ายจะมาเพิ่มกันไม่หยุดหย่อน!
ขณะเดียวกัน หลังผู้คนที่ยืนใกล้ๆเริ่มหันมาสนทนากัน ทั้งหมดจึงรับทราบว่า…