พอต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นหันหน้าไปตามเสียงได้ไม่ทันไร ก็เห็นร่างเพรียวบางอันมีใบหน้างดงามหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ขณะเดียวกันใบหน้างามดังกล่าวก็กำลังฉายชัดถึงความประหลาดใจไม่น้อย สองตากลมใสยังมองจ้องพวกเขาไม่วางตา
“มู่หรงเซี่ยวเซี่ยว?”
ถึงแม้วันเวลาจะผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว แต่ต้วนหลิงเทียนก็จดจำสตรีนางนี้ได้ทันทีที่เห็น เป็นมู่หรงเซี่ยวเซี่ยว รุ่นเยาว์อัจฉริยะของตระกูลมู่หรง ซึ่งเป็นตระกูลระดับ 7 ตระกูลหนึ่งในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยว
ในอดีตตอนที่แดนสวรรค์ใต้โบราณระดับต่ำเปิดออก ผู้ที่รอดออกมาได้และครองอันดับ 3 รองจากเขาและหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็คือนางนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้เขาจึงจดจำมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวได้ชัดเจน
“ดูเหมือนว่ามู่หรงเซี่ยวเซี่ยวก็ได้รับคำชวนจากจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิดนั่นเหมือนกัน”
เสียงผ่านพลังของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นส่งตรงเข้ามาถึงหูเขา
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าเบาๆ
ในเวลาแบบนี้การที่มู่หรงเซี่ยวเซี่ยวมาปรากฏตัวที่นี่ได้ ไม่พ้นเหมือนพวกเขาสองคน…ได้รับคำชวนจากจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิดนั่น!
“ไปเถอะ…หากทำได้ก็อย่าไปยุ่งกับนางให้มาก ข้าไม่อยากได้ตัวภาระ”
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นมองจ้องต้วนหลิงเทียนเขม็ง จากนั้นกล่าวจบก็เดินนำตัวปลิวไปทันที
ต้วนหลิงเทียนที่ผงะไปเล็กน้อย จากนั้นก็ได้แต่เดินตามไปอย่างไร้คำใดจะกล่าว สายตาเมื่อครู่ของหลิงเจวี๋ยอวิ๋นหมายความว่าอะไร?