กระทั่งนางยอมลงและเสนอผลประโยชน์ให้ทั้งคู่ขนาดนี้แล้ว แต่ต้วนหลิงเทียนกับหลิงเจวี๋ยอวิ๋นก็เอาแต่เหินร่างไปเงียบๆ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองนางเลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับตอบรับข้อเสนอของนาง
จังหวะนี้สีหน้ามู่หรงเซี่ยวเซี่ยวจึงกับกลายเป็นปั้นยากนัก สองตาดั่งสารทของนางยังฉายชัดถึงความไม่พอใจออกมาถึงที่สุด!
ตัวนางมู่หรงเซี่ยวเซี่ยว โฉมงามอัจฉริยะของตระกูลมู่หรง เคยถูกผู้คนเมินเฉยแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
“เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ ที่เหินร่างลงใต้ตอนนี้ นอกจากพวกเราแล้วยังมีคนไม่น้อยเลยที่ออกจากต้าอี้เก๋อ…ท่าทางพวกมันจะได้รับคำชวนจากจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิดนั่นเช่นกัน”
หลิงเจวี๋ยอวิ๋นส่งเสียงผ่านพลังคุยกับต้วนหลิงเทียน “อย่างไรก็ตาม นอกจากมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวแล้วข้าไม่คุ้นหน้าผู้ใดเลย…ดูเหมือนในเขตคฤหาสน์เฉวียนโยว เจ้าจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิดนั่นจะชวนแค่พวกเรา 3 คน”
“เชิญแค่พวกเรา 3 คนงั้นหรือ”
ได้ยินเสียงผ่านพลังของหลิงเจวี๋ยอวิ๋น ต้วนหลิงเทียนก็เริ่มหันมองสำรวจผู้คนที่เหินร่างนำอยู่ด้านหน้า จากนั้นก็หันมองด้านข้างกระทั่งหันกลับไปมองด้านหลัง และพบว่าผู้คนนับพันๆที่สบตากับเขา นอกจากมู่หรงเซี่ยวเซี่ยวแล้ว ไม่มีใบหน้าที่เขาคุ้นตาอยู่เลย
แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนยังรู้อีกด้วย ว่าเหล่าคนที่กำลังมุ่งหน้าลงใต้ ก็ไม่แน่ว่าจะไปตามคำนัดหมายของจักรพรรดิอมตะที่กลับชาติมาเกิด