แม้จะเห็นหลิงเจวี๋ยอวิ๋นแลดูมั่นใจในตัวเองมาก แต่ต้วนหลิงเทียนก็ไม่หวั่นแม้แต่น้อย กลับกันสองตาเขายังทอประกายแหลมคมฉายความคาดหวังประการหนึ่ง พลังในร่างเริ่มโคจรดั่งน้ำเชี่ยว “ป้อนกระบวนท่าเถอะ!”
แทบจะทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวจบคำ
“ตามคำขอ!”
หลังโพล่งคำดุดัน พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดพลันปะทุออกมาท่วมร่างหลิงเจวี๋ยอวิ๋น จากนั้นก็เริ่มแปรเปลี่ยนกลับกลายเป็นสีดำ พาลให้บรรยยากาศโดยรอบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายทันที!
กลิ่นอายแห่งความตายที่กำจายออกมา ยังชวนให้ผู้คนรู้สึกหดหู่ซึมเซาไม่น้อย ต้วนหลิงเทียนเองก็ไม่เว้น
ฟู่มมม!!
อย่างไรก็ตามหลังหลิงเจวี๋ยอวิ๋นปะทุพลังออกมาไม่ทันไร ทั่วร่างต้วนหลิงเทียนก็ปรากฏพลังพวยพุ่งออกมาดั่งเพลิงไฟ ทั้งพริบตาต่อมาพลังทั่วร่าง ยังกลายเป็นสีแดงเพลิงไม่ต่างอะไรจากเพลิงไฟจริงๆ
“หืม?”
ครู่ต่อมา ต้วนหลิงเทียนพลันพับว่า พลังของกฏแห่งความตายที่ปกคลุมร่างหลิงเจวี๋ยอวิ๋นอยู่ มันเริ่มควบรวมก่อเกิดเป็นเงาร่างดั่งภูตผีตัวเขื่อง
เงาร่างดังกล่าวมีขนาดใหญ่โตแลดูน่ากลัว ในมือถืออาวุธประเภทเคียว แถมตัวเคียวยังแผ่กลิ่นอายแห่งความตายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา!
“นั่นมัน…เงาร่างยมทูต!”
เห็นรูปลักษณ์ของงเงาร่างมหึมาดังกล่าว ต้วนหลิงเทียนก็ฉุกคิดถึงข้อมูลกฏแห่งความตายที่อ่านเจอในบันทึกของหอตำราฝ่ายในนิกายอมตะเป้าผู่ขึ้นมาทันที