“ซุนเหลียงเผิง!”
เหลิ่งเอี้ยที่เหินร้างค้างกลางหาว หันไปมองซุนเหลียงเผิงด้วยสายตาดุร้าย กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเล็ดรอดไรฟัน “เจ้าถึงกับมอบยันต์เงาวายุให้ต้วนหลิงเทียนนั่นแบบนี้…เจ้ามิเสียดายรึ!?”
“หืม?”
ซุนเหลียงเผิงอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อได้ยินวาจาดังกล่าวของเหลิ่งเอี้ย อีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่ามันมอบยันต์เงาวายุให้ต้วนหลิงเทียน?
ทว่าปราดเดียวซุนเหลียงเผิงก็ฉุกคิดอะไรได้ออก จึงหันขวับไปยังหวังเชียนจ้านอาวุโสใหญ่นิกายอมตะเป้าผู่ทันที
มันรู้ได้ไม่ยาก ว่าไม่พ้นหวังเชียนจ้านต้องเอาเรื่องที่มันมียันต์เงาวายุบอกต่อเหลิ่งเอี้ยไปแล้วแน่นอน
หวังเชียนจ้านและอาวุโสคนอื่นๆล้วนรู้ดีว่ามันได้รับยันต์เงาวายุมาจากผู้นำคฤหาสน์เฉวียนโยว อีกทั้งยังไม่ใช่ยันต์เงาวายุธรรมดาๆ แต่เป็นยันต์เงาวายุที่มีพลังอำนาจร้ายกาจถึงขั้นทำให้ผู้ใช้มีความเร็วเหนือจอมราชันอมตะทั่วๆไปด้วยซ้ำ
ซุนเหลียนเผิงมองหวังเชียนจ้านด้วยสายตาเย็นชาครู่หนึ่ง ค่อยหันกลับไปมองเหลิ่งเอี้ย พลางเอ่ยออกเสียงเฉยว่า “ใต้เท้าเหลิ่ง ข้ามอบยันต์เงาวายุให้ต้วนหลิงเทียนแล้วจะอย่างไร?”
“ข้าคือประมุขนิกายอมตะเป้าผู่ หรือจักมอบรางวัลอันใดให้ศิษย์ที่โดดเด่นมิได้เลย?”
ซุนเหลียงเผิงกล่าวจบคำ มุมปากก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา