เป้าหมายของมันจากไปแล้วแบบนี้ แถมไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเมื่อไหร่ ทั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะกลับมาที่นี่อีกหรือไม่ เช่นนั้นมันก็ไม่จำเป็นต้องอยู่รอให้เสียเวลา เพราะเกิดเป้าหมายไม่ย้อนกลับมาจริงๆ มันจะเฝ้ารอไปทำเพื่อ…
“ไปแล้ว?”
หวังเชียนจ้านรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง ที่เห็นเหลิ่งเอี้ยจากไปในลักษณะนี้
“หวังเชียนจ้าน!”
ในขณะที่หวังเชีนจ้านกำลังผิดหวัง ซุนเหลียงเผิงก็หันกลับมามองมันด้ววยสายตาเย็นชา “ถึงแม้ข้าไม่มีหลักฐานว่าเจ้าสมรู้ร่วมคิดกับนักฆ่าจากองค์กรกะโหลกเลือดผู้นั้นหรือไม่…แต่วันนี้ข้าซุนเหลียงเผิงขอบอกให้เข้าทราบไว้เรื่องหนึ่ง ข้ารังเกียจสวะที่ขายพวกพ้องมากที่สุด เช่นนั้นเจ้าจักไปเองหรือจะเลือกรั้งอยู่ต่อไปก็เรื่องของเจ้า แต่อย่าได้โทษข้าเสียเล่า หากว่าวันไหนข้าเกิดอารมณ์ไม่ดี นึกอยากจะฆ่าเจ้าทิ้งเพราะนึกสงสัยเรื่องนี้ขึ้นมา!”
กล่าวจบคำมุมปากของซุนเหลียงเผิงก็ยกยิ้มแสยะเหี้ยมเกรียม สองตาที่มองจ้องหวังเชียนจ้านยังฉายชัดถึงจิตฆ่าฟันอย่าไม่คิดจะกักเก็บ พาลให้หวังเชียนจ้านหวาดกลัวจนขนหัวลุก!
เท่าที่หวังเชียนจ้านรู้ ซุนเหลียงเผิงนั้น เป็นคนที่พูดแล้วทำแน่นอน!
ย้อนกลับไปในอดีต ที่ไฉนซุนเหลียงเผิงโดดเด่นขึ้นมาเหนือใคร และเอาชนะคู่แข่งมากมายจนกลายเป็นประมุขนิกายอมตะเป้าผู่ได้ ก็ไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นคนแน่วแน่เด็ดเดี่ยวหรือไร?