เห็นเจิ้งหงอี้ปากแข็งยืนกรานไม่ยอมรับผิด ต้วนหลิงเทียนเพียงมองฟังมันด้วยสายตาสงบ และพอเจิ้งหงอี้กล่าวจบคำ ต้วนหลิงเทียนก็เอ่ยถามออกไปอย่างใจเย็นว่า “เจ้าพูดจบรึยัง?”
‘หืม?’
พอเห็นว่าต้วนหลิงเทียนยังนิ่งอยู่ได้ ในใจเจิ้งหงอี้ก็บังเกิดสังหรณ์อัปมงคลขึ้นมาทันที ‘เจ้าต้วนหลิงเทียนนี่…หรือมันจะได้หลักฐานอะไรมา?’
ใจเจิ้งหงอี้ไม่อาจไม่กังวล
ตอนที่มันถูกเรียกที่มาที่นี่ มันก็หวั่นๆว่านักฆ่ากกะโหลกเลือดจะไม่ได้เข่นฆ่าผู้ติดตามของต้วนหลิงเทียนก่อนที่จะตื่น สุดท้ายก็มีโอกาสส่งข้อความถึงต้วนหลิงเทียน ว่ามันเป็นคนที่ทำร้ายและลักพาตัวไปส่งนักฆ่ากะโหลกเลือด!
และตอนนี้มันก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ…ว่านักฆ่ากะโหลกเลือดได้ตายไปแล้ว! ยังคิดว่านักฆ่ากะโหลกเลือดยังคงเฝ้ารอต้วนหลิงเทียนอยู่!!
“ประมุข…ลองดูว่าในนี้มีลูกแก้ววิญญาณของเจิ้งหงอี้ไหม”
ในขณะที่ใจของเจิ้งหงอี้เต็มระส่ำไปด้วยความกังวล ต้วนหลิงเทียนก็สะบัดมือเรียกแหวนพื้นที่ออกมาวงหนึ่ง ก่อนจะยื่นส่งให้ซุนเหลียงเผิงประมุขนิกายอมตะเป้าผู่
ด้านซุนเหลียงเผิงนั้น พอเห็นว่าลูกศิษ์ของตัวเองอย่างเจิ้งหงอี้ยืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม่ยอมรับว่าจ้างนักฆ่าจากองค์กรกะโหลกเลือดรวมถึงให้ความร่วมมือกับนักฆ่าลักพาตัวคน! ถึงแม้มันจะเชื่อคำพูดต้วนหลิงเทียนมากกว่า แต่มันก็ไม่อาจพูดอะไรได้ เพียงรอให้ต้วนหลิงเทียนแสดงหลักฐานอะไรออกมา