“ในแหวนพื้นที่ของนักฆ่ากะโหลกเลือดคนก่อน สมควรมีเกราะอมตะระดับราชาตัวหนึ่งที่คล้ายเถาวัลย์สีเขียวโปร่งแสงอยู่ และยังเป็นเกราะอมตะระดับราชาที่ผ่านการขัดเกลาหล่อเลี้ยงจากจอมราชันอมตะแล้ว! มันคือเกราะเถาวัลย์แก้วที่หวังหงจ่ายเป็นค่ามัดจำให้นักฆ่ากะโหลกเลือด!!”
เมื่อสัมผัสได้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้และเป็นดั่งชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยง เจิ้งหงอี้ก็กัดฟันกล่าวออกมาอย่างดุร้าย หมายลากหวังหงให้ลงนรกไปกับมันด้วย!
ด้วยวิธีนี้ต่อให้มันจะถูกประหารตายตก แต่อย่างน้อยๆหวังหงก็ต้องร่วมหัวจมท้ายตกตายไปพร้อมกันกับมันด้วย!
แต่ถ้าหากหวังหงไม่ถูกประหาร ก็ไม่แน่ว่ามันจะต้องตาย!
นับว่านี่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายของมันแล้ว
“หวังหง”
จิตสังหารในแววตาของต้วนหลิงเทียนปะทุขึ้นมาอีกรอบ จากนั้นก็หันไปกล่าวกับซุนเหลียงเผิงเสียงเย็น สองตายังมองจ้องสบตาอีกฝ่ายยเขม็ง “ประมุข…ดูเหมือนว่าเรื่องที่อาวุโสใหญ่บอกข้ากับท่านวันก่อน ท่าทางจะไม่ใช่ความจริง”
“ศิษย์สารเลว เจ้ามีหลักฐานหรือไม่!?”
ซุนเหลียงเผิงหันไปมองจ้องเจิ้งหงอี้พลางเอ่ยถามเสียงหนัก
แม้ปากมันจะกล่าวถามออกไป หากแต่ในใจนั้นเชื่อไปแล้วเต็มสิบส่วนว่าหวังหงมีเอี่ยวด้วยจริงๆ
“ท่านอาจารย์ ข้าไม่มีหลักฐานอันใดหรอก…แต่ข้าสามารถนัดนางมาคุยได้ ตราบใดที่ท่านซ่อนตัวแอบฟัง ย่อมได้ยินเรื่องที่ข้าคุยกับนาง เช่นนั้นท่านก็ไม่ต้องกลัวว่าข้าจะใส่ร้ายนาง”