หุบเขาอันมืดมิดไร้แสงตะวันสาดส่องยามนี้ เสมือนเผชิญหน้ากับภัยพิบัติเพลิงวายุ ทั้งหุบเขาบังเกิดความวินาศสันตะโรครั้งยิ่งใหญ่ ราวกับวันสิ้นโลกมาถึงแล้วก็ไม่ปาน
“เล็งได้แล้ว!”
ท่ามกลางเพลิงไฟที่ลุกโชนเร่าๆ ร่างต้วนหลิงเทียนที่บุกฝ่าพายุใต้ฝุ่นมหาประลัย อันเต็มไปด้วยคลื่นพลังสะบั้น คมมีดสายลมไม่เว้นเส้นด้ายดั่งไหมเงินเข้ามา ในที่สุดก็สามารถเพ่งเล็งไปยังหว่างคิ้วของนักฆ่ากะโหลกเลือดได้สำเร็จ
“ดิ้นรนได้ไม่เลวนี่…ถึงกับฝ่าเข้ามาหาข้าได้”
เมื่อเห็นร่างอันยับเยินที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผล ทั้งเสื้อคลุมขาดวิ่นไม่มีชิ้นดีของต้วนหลิงเทียน นักฆ่ากะโหลกเลือดก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจอยู่บ้าง ที่ต้วนหลิงเทียนสามารถดิ้นรนเข้ามาใกล้ตัวมันได้ขนาดนี้
“อย่างไรก็ตาม เจ้ามาได้แค่นี้ล่ะ…เรื่องราวสมควรจบได้เสียที”
มุมปากนักฆ่ากะโหลกเลือดยกยิ้มแสยะเย้ยเยาะ พร้อมกันนั้นมือมันก็สะบัดไปทางต้วนหลิงเทียน อาวุธที่มีลักษณะเป็นไหมสีเงินของมันก็เริ่มม้วนขนด ก่อนจะสะบัดฟาดไปทางต้วนหลิงเทียนดั่งหางอสรพิษปราดเปรียว!
ไหมเงินฟาดมาครานี้ สภาวะพลังของมันประหนึ่งทัพม้านับพันยาตราก็ไม่ปาน เพราะยามมันฟาดฟันเข้ามา ก็ปรากฏคลื่นสะบั้นนับร้อยพันก่อเกิดติดตามมาดั่งเงา ทำราวกับจะสะบั้นหั่นร่างต้วนหลิงเทียนให้ไร้ซากศพสมบูรณ์!
ขณะออกกระบวนท่าสังหาร สองตานักฆ่ากะโหลกเลือดก็ชืดชาเหลือเกิน สีหน้าของมันไม่มีอารมณ์ความรู้สึกใดๆอยู่เลย