กระทั่งมันยังรู้สึกเสมือนพึ่งเห็นว่ากระบี่ในมือต้วนหลิงเทียนปรากฏกระแสพลังสีทองฉาบเคลือบอยู่แหม็บๆ ไม่ทันรู้ตัว เสี้ยวพริบตากระบี่ดังกล่าวก็พุ่งจี้มาถึงหว่างคิ้วมันเสียแล้ว
สวบ!
เสียงละมุนหนึ่งดังขึ้นแผ่วเบา ฟังไปคล้ายมีดเจาะผ่านเต้าหู้อยู่บ้าง เป็นกระบี่บินทะลวงฟ้ามาฉับไว ได้เสือกทะลวงเข้ากลางหว่างคิ้วของนนักฆ่ากะโหลกเลือด แรกเข้าใบกระบี่ใสสะอาด หากแต่ยามทะลุออกหลังหัวกลับเต็มไปด้วยสีแดงฉาน..
ในขณะที่กระบี่ชำแรกทะลวงเข้าหว่างคิ้วนั้น กระแสพลังสีทองที่ฉาบเคลือบตัวกระบี่เอาไว้ยังปะทุพลังอานุภาพเกรี้ยวกราด ป่นทำลายดวงจิตทั้งพลังวิญญาณที่กักเก็บภายในจนสิ้นสลาย ดั่งหนึ่งเท้าย่ำเหยียบใบไม้แห้งกรอบ แหลกลงเป็นผงละออง…
สองตานักฆ่ากะโหลกเลือดยังคงมองจ้องมาที่ต้วนหลิงเทียนอย่างไม่เข้าใจ จากนั้นร่างไร้วิญญาณที่สองตาเบิกโพลง เพียงเหินโถมมาอีกเล็กน้อยก็ค่อยๆร่วงลงตามแรงเฉื่อย
ก่อนที่มันจะตกตาย มันได้ทุ่มพลังทั้งหมดที่เหลือในร่างลงสู่เกราะอมตะระดับราชาที่ผ่านการขัดเกลาหล่อเลี้ยงจากจอมราชันอมตะเพื่อสร้างม่านพลังป้องกันเต็มที่แล้ว อนิจจาม่านพลังดังกล่าวกับถูกหนึ่งกระบี่เหินทะลวงเจาะเข้ามาได้อย่างไร้เรื่องราว…
เรียกว่ากระบวนการเจาะทะลวงของกระบี่อันส่องประกายแสงหลากสีสันนั่น เสมือนกำแพงแก้วอันแสนเปราะบางคิดต้านทานหอกขุนพลอย่างไรอย่างนั้น…