นอกจากนั้นผนังผาโดยรอบก็ปรากฏร่องรอยเชือดเฉือนปริแตกแยกร้าว หน้าดินถล่มลงวุ่นวายไปหมด ฝุ่นละอองธุลีคลีปลิวว่อนฟุ้งขจรไปทั่วหุบเขา!
“มันอยู่ใจกลางพายุเลย…”
“ข้าเห็นตัวมันแล้ว…หากเข้าไปใกล้ๆ คิดจะเพ่งเล็งจุดตายของมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
เมื่อเปลวเพลิงที่ห่อหุ้มคลุมร่างต้วนหลิงเทียนเริ่มสัมผัสกับวงนอกของพายุใต้ฝุ่น เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่เคี่ยวกรำเข้ามา พาลให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออกอยู่บ้าง
ขณะเดียวกันพลังของปฐพีเทพแรกกำเนิดฟ้าดินก็เริ่มหลั่งไหลออกมาผสานเข้าร่าง กลมกลืนไปกับเปลวเพลิงสีแดง ช่วยลดแรงกดดันให้เขาไม่น้อย
ตูม! ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!
…
พายุใต้ฝุ่นมหาประลัยกับดาวตกเพลิงปะทะหักหาญกันเช่นนี้ ย่อมก่อเกิดเป็นแรงระเบิดอันน่าพรั่นพรึง มวลอากาศโดยรอบยังแตกระเบิด ก่อเกิดคลื่นกระแทกทั้งคลื่นลมวิปริตพุ่งกวาดซัดทำลายไปทั่วทุกสารทิศ หุบเขาที่โดนคลื่นกระแทกพัดกวาด ก็ถล่มทลายประหนึ่งบังเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เสียงอึกทึกคึกโครมกระหึ่มขึ้นไม่หยุดปานทัพม้ายาตรา
ในเวลาเดียวกัน
“ทางด้านนั้นเหมือนจักมีความเคลื่อนไหวบางอย่าง!”
ห่างออกไปจากหุบเขาทางทิศตะวันออกหลายร้อยลี้ ซุนเหลียงเผิงที่กำลังเหินร่างปูพรมค้นหาต้วนหลิงเทียนอยู่ พลันชะงักร่างหยุดลงกลางหาว และหันขวับไปมองยังขอบฟ้าไกลตา อันเป็นทิศทางเดียวกันกับที่ตั้งหุบเขามืดมิด