“มิใช่ว่าตัวมันเองต้องเป็นปรมาจารย์ค่ายกล…อาจเป็นได้ที่มันจ้างวานปรมาจารย์ค่ายกลที่รู้จักให้มาช่วยเหลือ”
ซุนเหลียงเผิงตอบกลับ
“แต่ให้ตายเถอะ! ข้ามิคิดเลยว่านักฆ่ากะโหลกเลือดคนใหม่จักเจ้าเล่ห์เพียงนี้! มันถึงกับตระเตรียมค่ายกลเคลื่อนย้ายครั้งเดียวที่เจ้าเองยังไม่อาจมองออกได้!!”
ซุนเหลียงเผิงส่งข้อความสืบต่อ น้ำเสียงยังเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง “อย่างไรก็ตาม ค่ายกลเคลื่อนย้ายครั้งเดียวแบบนี้…ปกติแล้วรัศมีเคลื่อนย้ายยังค่อนข้างจำกัดนัก…น้องรอง เจ้ารีบปูพรมค้นหาแถวๆนั้นเถอะ ข้าจะรีบตามไปสมทบ!”
ส่งข้อความดังกล่าวเสร็จ ร่างซุนเหลียงเผิงก็เหินทะยานออกจากนิกายอมตะเป้าผู่ด้วยความเร็วสูงสุด
ระหว่างเร่งรุดเดินทาง ซุนเหลียงเผิงยังไม่ลืมติดต่ออาวุโสระดับสูงในนิกายอมตะเป้าผู่ ให้ทุกคนช่วยกันค้นหาอีกแรง
ไม่ทันไร อาวุโสระดับสูงกว่าครึ่งของนิกายอมตะเป้าผู่ก็เร่งรุดเดินทางออกจากนิกาย กระจายกำลังกันออกตามหาต้วนหลิงเทียนทั่วทุกสารทิศ!
และในขณะที่เหล่าอาวุโสของนิกายอมตะเป้าผู่กำลังวุ่นวายกันยกใหญ่ ด้านต้วนหลิงเทียนก็ได้ถูกเคลื่อนย้ายมายังหุบเขาอันมืดมิดเรียบร้อย
ภายในหุบเขาอันมืดมิดแห่งนี้ ยังมีกลิ่นเหม็นอับนัก ทำให้ต้วนหลิงเทียนจำต้องใช้พลังเซียนอมตะต้นกำเนิดสร้างม่านพลังคลุมกายเอาไว้
แน่นอนว่าม่านพลังคลุมกายที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันกลิ่น มันไม่ได้กินพลังเซียนอมตะต้นกำเนิดมากมายอะไร