เห็นต้วนหลิงเทียนเหินร่างออกจากเกาะลอย ลูกตาเจิ้งหงอี้ก็ทอประกายเรืองขึ้นวาบหนึ่ง จากนั้นก็รีบติดต่อไปหานักฆ่ากะโหลกเลือดทันที “ท่านผู้อาวุโส ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนได้เดินทางออกจากสถานที่พัก และมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก…แต่ไม่ทราบว่ามันจะออกไปนอกนิกายอมตะเป้าผู่หรือไม่”
“ตอนนี้ระดับพลังของมันสมควรอยู่ในขอบเขตราชาอมตะ 10 ทิศ ข้าไม่กล้าตามมันไป…”
ฟังจากข้อความที่เจิ้งหงอี้ส่งไปหานักฆ่ากะโหลกเลือด เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่คนใจร้อน และไม่ถูกโอสถจวินจี่ 10 ขวดล่อจนขาดความยับยั้งชั่งใจ!
…
“มันกลับมาแล้ว?”
ราวๆ หนึ่งชั่วโมงต่อมาเจิ้งหงอี้ก็พบว่าต้วนหลิงเทียนเหินร่างกลับมาแล้ว มันก็รีบติดต่อไปหานักฆ่ากะโหลกเลือดอีกครั้งทันที เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายไปเสียเวลาเฝ้ารออย่างเปล่าประโยชน์
เป็นธรรมดาว่ามันไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะเสียเวลารอเก้ออะไรจริงๆ
อย่างไรก็ตามมันแค่คำนึงถึงเรื่องที่หากอีกฝ่ายไปเสียเวลารอเก้อเพราะการแจ้งของมัน อาจทำให้อีกฝ่ายบังเกิดความไม่พอใจและมีโมโหมันขึ้นมา
นั่นไม่ใช่อะไรที่มันอยากจะเห็นเลย
‘หลิวก่วงหลินมาอยู่นิกายอมตะเป้าผู่ไม่ทันถึงปี ก็เข้าใจความหมายแห่งดิน อันเป็นความลึกซึ้งของกฏแห่งดินแล้ว’
หลังกลับมาถึงที่พักต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะลอบทอดถอนในใจ ด้วยไม่คิดว่าหลิวก่วงหลินเองก็มีความเข้าใจในระดับสูงแบบนี้