“อาวุโสใหญ่…ท่านมีหลักฐานใดพิสูจน์หรือไม่ ว่าเกราะอมตะเถาวัลย์แก้วตัวนี้ เป็นตัวเดียวกันกับที่ท่านใช้แลกเปลี่ยนวัตถุดิบไปเมื่อ 3 ปีก่อน?”
ต้วนหลิงเทียนมองหวังเชียนจ้านด้วยสีหน้าท่าทีสงบ เอ่ยถามออกด้วยน้ำเสียงรางเรียบ ไม่หยิ่งหรือนอบน้อมอะไร
“หลักฐานหรือ?”
หวังเชียนจ้านขมวดคิ้ว “ข้าไม่มีหรอก…แต่ข้ามั่นใจว่าเกราะอมตะในมือเจ้า เป็นเกราะอมตะที่ข้าเคยมีในอดีตแน่นอน เพราะไม่ว่าจะกลิ่นอายหรือลักษณะมันเหมือนกันทุกประการ”
เกราะอมตะระดับราชานั้น ล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
แม้จะพบเจอเกราะอมตะที่มีลักษณะคล้ายๆกันอยู่บ้าง แต่หากสังเกตให้ละเอียดแล้ว เกราะอมตะทุกตัว ไม่เว้นอุปกรณ์อมตะระดับราชาใดๆ ย่อมมีกลิ่นอายเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน
‘หวังเชียนจ้านนี่มันไม่ได้โกหกจริงๆงั้นเหรอ?’
ต้วนหลิงเทียนที่ไม่พบพิรุธหรือเบาะแสใดๆในสีหน้าท่าที ไม่เว้นแววตาของหวังเชียนจ้านเลย อดไม่ได้ที่จะลอบคิดในใจ ‘หรือ…ระหว่างเดินทางมาที่นี่ประมุขได้ลอบแจ้งเรื่องราวแก่หวังเชียนจ้านผ่านยันต์อมตะสื่อสารทางวิญญาณไปแล้ว ให้หวังเชียนจ้านนี่มันเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า?’
หากซุนเหลียงเผิงลอบให้ความร่วมมือกับหวังเชียนจ้านจริงๆ เขาก็ถูกลิขิตให้ไม่อาจพบเจอผู้ที่จ้างนักฆ่าองค์กรกะโหลกเลือดให้มาฆ่าเขา โดยใช้เกราะอมตะตัวนี้เป็นหลักฐานได้แน่นอน
“ผู้อาวุโสใหญ่!”