“ก็ไม่เชิง…เพราะถึงจ้วงฝานผู้นั้นจะมีความเป็นมาลึกลับ หากแต่มันมิได้กระตือรือร้นจะช่วงชิงตำแหน่งศิษย์ที่แท้จริงมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เรื่องนี้มันเทียบเจิ้งหงอี้ศิษย์ข้ากับหวังหงหลานสาวผู้อาวุโสใหญ่ไม่ได้เลย”
ซุนเหลียงเผิงกล่าว
พอกล่าวจบ ซุนเหลียงเผิงก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยเสริมต่อว่า “แน่นอนว่ายังมีความเป็นไปได้ว่าจ้วงฝานเสแสร้งแสดงทำทีเป็นไม่สนใจศิษย์ที่แท้จริงมาตลอด”
ขณะเดียวกันคล้ายนึกอะไรขึ้นได้ ซุนเหลียงเผิงจึงหันไปพูดกับต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง “องค์กรมือสังหารกะโหลกเลือด เป็นหนึ่งในองค์กรมือสังหารระดับชั้นนำของแดนสวรรค์ใต้…และองค์กรมือสังหารชั้นนำ ปกติแล้วก่อนลงมือจัดการเป้าหมาย มักจะเรียกเก็บค่ามัดจำก่อน ซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของราคาจ้างวานฆ่า…”
“หากคนที่จ้างนักฆ่าจากกะโหลกเลือดมาฆ่าเจ้าเป็น 1 ใน 3 ศิษย์ที่ข้าเอ่ยมาจริง เช่นนั้นมันก็จำต้องจ่ายค่ามัดจำครึ่งหนึ่ง และค่าจ้างที่องค์กรมือสังหารกะโหลกเลือดเรียกเก็บ หากเป็นผลึกอมตะชั้นยอดก็สามารถจ่ายได้ แต่เขตคฤหาสน์เฉวียนโยวเราอย่างดีก็มีแต่ผลึกอมตะระดับสูงเท่านั้น…”
พอซุนเหลียงเผิงกล่าวถึงจุดนี้มันก็หยุดลงครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยข้อสันนิษฐานออกมา “ข้าเดาว่า…หากเป็น 1 ใน 3 คนนั่นจ้างนักฆ่าจากกะโหลกเลือดมาฆ่าเจ้าจริง สิบในสิบสมควรเป็นอุปกรณ์อมตะ”